ไทยจะเป็นศูนย์กลางการลงทุนเรื่องสิ่งแวดล้อม

ปัจจุบันทั่วโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในปี 2563 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งมาตรการที่รัฐบาลทั่วโลกใช้เพื่อช่วยเหลือประชาชนของตนนั้นก็ส่งผลทำให้เกิดอัตราเงินเฟ้อขึ้นในหลายประเทศ รวมไปถึงเงินบาทของไทย และเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่เป็นปัจจัยสำคัญทำให้ราคาสินค้าค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้น

พรรคชาติไทยพัฒนาเล็งเห็นว่าปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นนั้น จะส่งผลกระทบเป็นอย่างมากต่อพี่น้องประชาชนในทุกภาคส่วน ทั้งด้านราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้น และต้นทุนการผลิตต่างๆ เมื่อเกิดภาวะเงินเฟ้อเช่นนี้ย่อมทำให้ภาคธุรกิจแลการลงทุนได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการเงินโดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจลงทุนต่างๆ

shutterstock_285980522

 

อย่างไรก็ตามในวิกฤตก็ยังคงมีโอกาส เนื่องจากแม้ว่าในปัจจุบันเศรษฐกิจโลกจะอยู่ในภาวะที่เกิดปัญหาขึ้นในหลายมิติ แต่ด้วยสถานการณ์ของภาวะโลกร้อน (Global Warming) และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ทำให้ภาคการลงทุนในเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) นั้นยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

เศรษฐกิจสีเขียว หรือ Green Economy นั้นคือ ระบบเศรษฐกิจที่นอกจากจะมุ่งเน้นไปที่ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ผลกำไร ความกินดีอยู่ดีแล้ว ยังให้ความสำคัญเป็นอย่างมากกับสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศของโลก ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ทั่วโลกให้ความสำคัญในปัจจุบัน เพราะเป็นช่องทางของระบบเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเป็นทางออกของปัญหาโลกร้อน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

earth-hands-1500x844-1

นอกจากนี้แนวคิดเศรษฐกิจสีเขียว ยังเป็นเทรนด์การลงทุนที่ดึงดูดเม็ดเงินจากรัฐบาล และนักลงทุนทั่วโลกจำนวนมหาศาล ผ่านช่องทางของกองทุนสีเขียว (Green Bond) ในรูปแบบต่างๆ เนื่องจากสามารถทำกำไรให้กับนักลงทุนได้อย่างมหาศาลในระยะยาว อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งในปัจจุบันมีเม็ดเงินที่ลงทุนในกองทุนสีเขียวทั่วโลกมากกว่า 600,000 ล้านเหรียญฯ หรือมากกว่า 22 ล้านล้านบาท และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นสูงกว่า 1 ล้านล้านเหรียญฯ ใน 1-2 ปีข้างหน้า

theknlowledgegreenfinance_1

สำหรับประเทศไทยของเรานั้นถือว่ามีจุดแข็งในด้านการลงทุนสีเขียวเป็นอย่างมาก ทั้งความพร้อมของระบบเศรษฐกิจ พื้นที่ เทคโนลียี รวมไปถึงจำนวนของแรงงานในภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร หรือภาคอุตสาหกรรม แต่กลับยังไม่มีการตั้งเป้าหมายเรื่องการเป็นศูนย์กลางการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน ต่างจากหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนที่เน้นเป้าหมายในแนวคิดการลงทุนที่คำนึงถึงการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา

อย่างไรก็ตามพรรคชาติไทยพัฒนาทราบดีถึงศักยภาพของประเทศไทย และประชาชนชาวไทยที่สามารถผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมได้ อีกทั้งเรื่องนี้ยังสอดคล้องกับแนวคิดด้านเศรษฐกิจสีเขียว และ Agritec with root ซึ่งเป็นแนวนโยบายของพรรค เป้าหมายในการผลักดันไทยให้กลายเป็นศูนย์กลางการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมจึงเป็นสิ่งที่พรรคชาติไทยพัฒนาให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก

 

พันธมิตร

ชาติไทยพัฒนา เพื่อพัฒนาชาติไทย