ศูนย์เรียนรู้วิถีชุมชน หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย บ้านควายสุพรรณบุรี

วิถีชีวิตของชาวนาได้เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา การทำการเกษตร ที่อยู่อาศัย การใช้ชีวิตที่มีความสะดวกสบายมากขึ้น จนการดำรงชีวิตในรูปแบบเก่าๆได้เสื่อมหายไปตามกาลเวลา โดยเฉพาะการใช้แรงงานสัตว์ ควายถือเป็นสัตว์เลี้ยงที่ใช้แรงงานอยู่คู่คนไทยมาอย่างช้านาน โดยชาวบ้านสมัยก่อนจะใช้ควายในการไถนา ขนของ เป็นพาหนะในการเดินทาง ฯลฯ และเมื่อไม่สามารถใช้แรงงานควายได้ ชาวนาจะไม่ทำการฆ่าเพื่อนำมากินเนื้อแต่จะเลี้ยงดูควายจนกว่าจะสิ้นอายุขัยของมัน เป็นการแสดงความเมตตาและขอบคุณที่ช่วยเหลือชาวนา คุณค่าเหล่านี้แทบจะหาดูไม่ได้แล้วในปัจจุบัน แต่หากยังมีที่ที่นึงยังคงอนุรักษ์วิถีชาวนาเหล่านี้ไว้เป็นอย่างดี ซึ่งที่นั่นมีชื่อว่า “หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย จังหวัดสุพรรณบุรี”

            “หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย จังหวัดสุพรรณบุรี” เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยโครงการนี้จัดขึ้นเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของชาวนาไทยในชนบทสมัยก่อนกับความสัมพันธ์ที่มีต่อควาย ซึ่งภายในหมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทยนั้นจะมีกิจกรรมต่างๆประกอบไปด้วย วิถีชีวิตของชาวนาชนบทที่อยู่กับควาย ไม่ว่าจะเป็นการใช้ควายในการเกษตรกรรม การขนส่งคมนาคม การเลี้ยงดูและฝึกฝนควาย พร้อมทั้งกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวกับควาย เช่น การวิ่งควาย ประกวดควายงาม การแสดงความสามารถพิเศษของควาย เป็นต้น ถัดมาคือการเรียนรู้เกี่ยวกับการทำนา การทำเกษตรกรรมแบบชาวนาชนบทอย่างเรียบง่าย พร้อมทั้งมีกิจกรรมให้เราไปลองทำนา และยังมีส่วนอื่นๆทีเกี่ยวกับภูมิปัญญาชาวบ้าน เช่น การนวดแผนโบราณ การทำอาหารพื้นบ้าน การตกปลา  การเรียนรู้การปลูกสร้างบ้านของคนในสมัยก่อน เป็นต้น โดยกิจกรรมการเรียนรู้เหล่านี้จะมีตั้งแต่  1 วัน จนไปถึง 5 วัน เหมาะกับการเรียนรู้แก่เด็กและเยาวชน

            “หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย จังหวัดสุพรรณบุรี” เป็นตัวอย่างผลงานเพียงแค่ผลงานหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงการร่วมมือกันของภาคส่วนต่างๆ ตั้งแต่ชุมชน ผู้นำท้องถิ่น จนไปถึง รัฐบาล แต่ยังมีอีกหลายๆที่ในตัวเมืองสุพรรณที่ได้พัฒนา และต่อยอดให้ดียิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ศูนย์พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง ที่คอยส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมในสุพรรณฯ พิพิธภัณฑ์ชาวนาไทย ที่จัดแสดงวิถีชีวิตของชาวนา รวมไปถึงการปลูกและพัฒนาต้นข้าว บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ ที่มีตู้จำลองระบบนิเวศน์ ศูนย์พัฒนาจัดการสัตว์ป่าและสัตว์หายาก โครงการเหล่านี้เป็นการสร้างโอกาส สร้างงาน สร้างรายได้ ให้แก่ชุมชนอย่างพอเพียง ทำให้มีเงินมาหมุนเวียนเศรษฐกิจในสุพรรณบุรี โดยผู้ที่เล็งเห็นและให้ความสำคัญของโครงการที่เกิดขึ้นต่างๆเหล่านี้ คือท่านบรรหาร ศิลปอาชา นักการเมืองเลือดสุพรรณฯ ที่ต้องการพัฒนา ปรับปรุงเมืองสุพรรณฯให้เป็นเมืองสมัยใหม่ แต่ยังคงรักษาอัตลักษณ์ของเมืองสุพรรณฯที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ำเอาไว้

การที่เมืองสุพรรณสามารถมีโครงการเหล่านี้ได้ ไม่ใช่การทำเพียงชั่วข้ามคืน แต่เกิดจากการกระทำที่ได้วางแผน สร้างความร่วมมือทั้งจากรัฐและท้องถื่นให้เห็นถึงความสำคัญของโครงการเหล่านี้ โดยท่านได้เคยกล่าวไว้ว่า “…มีคนมองว่าการที่ผมทำงานปรับปรุงจังหวัดสุพรรณบุรีให้พัฒนามากขึ้นเท่าที่จะทำได้นั้น เป็นการกระทำที่มากเกินไป ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ความเจริญอันมากมายนี้เกิดจากผลการทำงานที่ต่อเนื่องยาวนานของผม มิได้มาจากการทุ่มเททำในช่วงสั้นๆ นั่นคือคำของท่านบรรหาร ศิลปอาชา ที่เคยกล่าวไว้ถึงชีวิตและการทำงานของท่านเพื่อจังหวัดสุพรรณบุรี

พันธมิตร

ชาติไทยพัฒนา เพื่อพัฒนาชาติไทย