วราวุธ - ทูตเยอรมนี ชู "ไทย ไรซ์ นามา" ทำนาลดโลกร้อน เพิ่มผลผลิตและรายได้แก่เกษตรกร

 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายเกออร์ก ซมิตท์ เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย และร่วมด้วยนางสาวลิโอบา ดอนเนอร์ เจ้าหน้าที่ต้นนโยบายของประเทศไทย ฝ่ายแผนงานปกป้องสภาพภูมิอากาศระดับสากล (IKI) ด้านความร่วมมือทวิภาคี กระทรวงเศรษฐกิจและการดำเนินการต้านสภาพภูมิอากาศ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMWK)
 
280142513_547223336759699_5386192257873548046_n
 
ลงพื้นที่เยี่ยมชมแปลงนาและการสาธิตการทำนาที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดภาวะโลกร้อนจากการทำนา เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (ไทย ไรซ์ นามา)
นายวราวุธ ได้กล่าวขอบคุณและชื่นชมโครงการ Thai Rice NAMA ซึ่งถือเป็นโครงการที่มีแนวทางการดำเนินงานที่สามารถสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากนาข้าวได้เป็นอย่างดี และพร้อมสนับสนุนให้เกิดการขยายผลตามแนวทางของโครงการฯ รวมทั้งพบปะเกษตรกรเพื่อหารือเกี่ยวกับการทำนาที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและรายได้ให้กับเกษตร รวมทั้งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในแปลงนา ณ กลุ่มนาแปลงใหญ่ อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เนื่องจากการทำนาของประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจก คิดเป็น 26.64 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือ ร้อยละ 55 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคเกษตรทั้งหมด ซึ่งมากเป็นอันดับ 4 ของโลก และการทำนาที่ขังน้ำในนาข้าวตลอดอายุข้าวจะมีการปล่อยก๊าซมีเทน ที่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนมากกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ถึง 28 เท่า
รวมทั้งการเกิดภัยแล้งและอุทกภัย
 
280083538_547223316759701_7485563063146775166_n
 
โดยการเยี่ยมชมงานครั้งนี้ ยังประกอบด้วย นายณัฐภัทร สุวรรณประที่ป ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี นายพิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และตร.อภิชาติ พงษ์ตรีหดุลชัย ที่ปรึกษาอธิบดีกรมการข้าวเข้าร่วมด้วย
สำหรับโครงการ ไทย ไรซ์ นามา มีวัตถุประสงค์มุ่งพัฒนายุทธตาสตร์ตลาดข้าวที่ยั่งยืน พร้อมส่งเสริมเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการทำนาลดโลกร้อนให้แก่เกษตรกรตามมาตรการ "3 เพิ่ม 3 ลด" คือ เพิ่มผลผลิตข้าว เพิ่มคุณภาพข้าว เพิ่มรายได้ ลดตันทุนการผลิต ลดการใช้น้ำ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและภาวะโลกร้อน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตทั้งด้านเตรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนให้กับเกษตรกรไทย ทั้งนี้โครงการยังเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดภาวะโลกร้อนจากการทำนาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Thai Rice Nama ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากโครงการ NAMA Facility เพื่อสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวของไทยใน 6 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และสุพรรณบุรี ครอบคลุมพื้นที่ 2.8 ล้านไร่ ให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีการทำนาแบบลดโลกร้อน เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตข้าว ปรับเปลี่ยนแนวทางการปลูกข้าวแบบดั้งเดิมไปสู่การปลูกข้าวที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยผลจากการดำเนินงานในช่วงปี พ.ศ. 2561 - 2564 พบว่า มีเกษตรกรได้รับประโยชน์จากโครงการกว่า 25,000 คน สามารถลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากนาข้าวได้กว่า 305,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายนายวราวุธยังได้กล่าวสรุปหลังจากฟังตัวแทนเกษตรกรกล่าวถึงผลตอบรับจากการเข้าร่วมโครงการว่า ตนจะนำข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำนาลดโลกร้อนนี้ไปรายงานในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พร้อมกับประสานกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาและสนับสนุนในสิ่งที่เกษตรกรต้องการต่อจากนี้เพื่อให้เกษตรกรได้ทำนาอย่างยั่งยืน และบรรลุเป้าหมายตามวัตถุประสงค์โครงการ ซึ่งจะนำไปสู่ความสามารถในการเพิ่มรายได้ และผลผลิตที่มีคุณภาพแก่เกษตรกรไทยทุกคน

พันธมิตร

ชาติไทยพัฒนา เพื่อพัฒนาชาติไทย