บทความ

  • นายเสมอกัน เที่ยงธรรม .. .สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการ การสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์พิเศษเรื่อง “ถอดบทเรียน-การพกอาวุธ-ป้องกันระงับเหตุร้าย” ต้นเหตุโศกนาฏกรรมหนองบัวลำภู 36 ศพ

    นายเสมอกัน เผยว่า หลังจากการติดตามข่าว เหตุกราดยิงหนองบัวลำภู เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา ขณะนี้เป็นเวลากว่า 10 วัน ผลการสอบสวนยังระบุถึงมูลเหตุจูงใจของผู้ก่อเหตุไม่ชัดเจน และผลรายงานระบุว่า อาวุธที่ทำให้เหยื่อเสียชีวิตมีทั้งมีดและปืน ส่วนตัวจึงไม่อาจเรียกเหตุการณ์นี้เป็นการกราดยิงหนองบัวลำภู แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเหตุสะเทือนขวัญนี้ ทำให้สังคมหันมาตั้งคำถามถึงการพกอาวุธปืน ทั้งนี้ตนอยากชวนตั้งคำถามต่อไปว่าคนไทยเข้าถึงอาวุธปืนง่ายเกินไปหรือไม่ทั้งในแง่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย แต่ในกรณีนี้ผู้ก่อเหตุเป็นอดีตตำรวจจึงเข้าถึงอาวุธปืนได้ และอีกประเด็นที่อยากชวนมองคือ การเข้าระงับเหตุ และการป้องกัน เพื่อนำไปสู่การแก้ไขไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก

    SJP_3521_1

    ประเด็นที่หนึ่งการพกและการครอบครองอาวุธปืน อย่างที่ชวนตั้งคำถามในตอนแรก คนไทยเข้าถึงอาวุธปืนง่ายไปหรือไม่ ทั้งนี้อยากมองว่าที่เหตุคดียิงกันตาย หรือทำร้ายร่างกาย ด้วยการใช้อาวุธปรากฎบนข่าวไม่เว้นแต่ละวัน ส่วนหนึ่งเพราะการพกอาวุธเป็นในลักษณะการซุกซ่อน และรูปแบบของอาวุธในปัจจุบันก็มีขนาดเล็กลง ทำให้ยากต่อการสอดส่องของเจ้าหน้าที่ด้วย แต่อย่างไรก็ตาม เราต้องดูไปถึงแหล่งที่มาของอาวุธด้วย แถบชายแดนบ้านเรามีอาวุธเล็ดลอดเข้ามา กฎหมายไทยและบทลงโทษมีบัญญัติไว้อยู่แล้ว เราต้องนำมาบังคับใช้อย่างเข้มงวด  รวมถึงการซื้อขายและการครอบครองอาวุธเราต้องทำให้การเข้าถึงยากขึ้น อยากให้ตามในเรื่องของการครอบครองแบบผิดกฎหมายก่อนต้องเอาจริงเอาจัง ทั้งนี้ต้องปลูกฝังสามัญสำนึกลงไปทั้งผู้บังคับใช้กฎหมายและผู้อยู่ภายใต้กฎหมายด้วย  

    Thairath

    ประเด็นที่สอง เหตุการณ์นี้มีข้อผิดพลาดในเรื่องของการประสานงาน หากลองดู ระยะเวลาการเกิดเหตุ จะเห็นว่า ผู้ก่อเหตุเริ่มใช้ความรุนแรงและใช้อาวุธปืนในที่เกิดเหตุ แห่งที่ 1 ก่อนจะไปถึงศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ซึ่งใช้เวลาราว 30 นาที ตรงนี้เหตุใดเจ้าหน้าที่ถึงไม่รับการแจ้งเหตุ หรือได้รับแล้วติดขัดอะไร เราต้องเอาจุดบกพร่องนี้มาศึกษากันต่อว่าจะทำอย่างไร ให้การเข้าระงับเหตุร้ายนี้เร็วขึ้น สาเหตุเกิดจากระบบไม่พร้อมหรือกำลังเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ ต้องเข้าไปตรวจสอบระบบและปรับปรุงแก้ไขนำเทคโนโลยีลงไปพัฒนาระบบ เพราะปัจจุบันมีเพียง 1669 อุบัติเหตุฉุกเฉิน กับ 191 เท่านั้น หากเราพัฒนาการแจ้งเหตุแบบอัตโนมัติ นำเรื่องของการค้นหาจุดเกิดเหตุเข้ามาทั้งรถพยาบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจ มาถึงจุดเกิดเหตุทันท่วงที ส่วนตัวเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ และหากในอนาคตอันใกล้ เราพัฒนาระบบการแจ้งเตือนระวังภัยตรงนี้สำเร็จ การสูญเสียก็อาจจะเกิดขึ้นน้อยลง หรืออาจจะไม่เกิดการสูญเสียเลย

    Screen_Shot_2565-10-17_at_14.18.58

    ทั้งนี้นายเสมอกันได้กล่าวทิ้งท้ายว่า นอกจากพูดคุยถอดบทเรียน ความรุนแรง ในเหตุ “โศกนาฏกรรมหนองบัวลำภู ในวันนี้แล้ว ตนในฐานะส.. พรรคชาติไทยพัฒนา และในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการ การสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะนำประเด็นการเข้าระงับเหตุ การป้องกัน เข้าไปหารือในกมธ.ดีอีเอส สภาผู้แทนราษฎร พร้อมจะเชิญผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เข้าร่วมหาแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีระบบการแจ้งเหตุร้าย รวมถึงภัยพิบัติต่างๆ เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายประชาชนเกิดขึ้นซ้ำอีก

    ขอบคุณภาพ :ไทยรัฐ

    ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) นั้นกำลังส่งผลกระทบอย่างมากต่อโลกของเรา ซึ่งสิ่งที่เราสังเกตได้ชัดเจนในช่วงเวลานี้ก็คือปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มสูงขึ้นในหลายพื้นที่ของเขตภาคกลาง สำหรับจังหวัดสุพรรณบุรีนั้นถือว่าได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยทางตรงนั้นได้รับผลกระทบโดยตรงจากปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงเวลานี้ ในขณะที่ผลกระทบทางอ้อมนั้นก็คือหลายพื้นที่ในจังหวัดสุพรรณบุรีถือเป็นที่รับน้ำจากที่ราบลุ่มภาคกลางเพื่อทำการระบายน้ำผ่านแม่น้ำท่าจีนออกสู่อ่าวไทย


    S__96894995

    โดยในสถานการณ์ปกตินั้นเขตพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีจะมีปริมาณน้ำฝนต่อปีเฉลี่ยอยู่ที่ราว 980 มิลลิเมตรต่อปี แต่ในปี 2564 ก็มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยสูงกว่า 1,170 มิลลิเมตร และในปีนี้คาดว่าในช่วงหน้ามรสุมจะมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าเดิมค่อนข้างมาก อีกทั้งยังต้องรองรับน้ำเหนือ และน้ำจากพื้นที่ลุ่มภาคกลาง ซึ่งพรรคชาติไทยพัฒนา นำโดยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึง .. ในพื้นที่ต่างรับทราบถึงสถานการณ์ และมีการเตรียมความพร้อมในการรับมืออย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเครื่องสูบน้ำเข้ามาช่วยเหลือในการเร่งระบายน้ำ เตรียมมาตรการในการรับมือน้ำท่วมในเขตพื้นที่ริมแม่น้ำ


    S__96894997

    นายวราวุธ กล่าวว่าเข้าฤดูฝนทุกปี พื้นที่สุพรรณบุรีและจังหวัดใกล้เคียงในที่ลุ่มภาคกลาง ก็ต้องเผชิญน้ำท่วมขัง เพราะต้องเสียสละเป็นพื้นที่รับน้ำไว้ไม่ให้ไหลท่วมเข้าเมืองหลวง และปีนี้ต้องเผชิญมรสุมหลายลูก ทำให้ฝนตกหนัก น้ำมาไวกว่าปีก่อนๆ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวนา จึงได้ประสานกรมทรัพยากรน้ำ นำเครื่องสูบน้ำเข้าช่วยเหลือพื้นที่ .ยุ้งทะลาย .บ้านดอน .ดอนมะเกลือ .อู่ทอง เพื่อชะลอน้ำไม่ให้ไหลท่วมที่นา ยื้อเวลาให้ถึงวันเก็บเกี่ยวข้าว เราช่วยกัน สุพรรณอยู่รอด ฤดูแห่งความเดือดร้อน วนมาอีกครั้ง ตนและทีมงานพรรคชาติไทยพัฒนา จะทำงานช่วยเหลือ ป้องกัน และบรรเทาความเดือดร้อน ให้พี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่สุดความสามารถ

    16807864418313

    ด้านนายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ..สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ได้ขอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ให้อนุมัติงบกลางกรณีฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วน ช่วยเหลือเยียวยาประชาชนริมฝั่งแม่น้ำท่าจีน ทุ่งเจ้าเจ็ด และทุ่งโพธิ์พระยา .บางปลาม้า และ .สองพี่น้อง .สุพรรณบุรี ที่ยังไม่ได้รับเงินชดเชยจากผลกระทบจากน้ำท่วมเมื่อปี 2564 ต่อเนื่องต้นปี 2565 ให้ได้รับการช่วยเหลือหลังคาเรือนละ 5,000 บาท ในเขตพื้นที่ที่ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ และขอให้ทำหนังสือถึง รองนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลการบริหารจัดการน้ำเตรียมแผนรองรับสถานการณ์น้ำในขณะนี้ และการช่วยเหลือไว้ล่วงหน้าด้วย


    การเมืองท้องถิ่นนั้นถือว่าเป็นรากฐานสำคัญของการเมืองระดับชาติ เนื่องจากนักการเมืองที่มีประสบการณ์การทำงานในท้องถิ่นนั้นจะมีความเข้าใจปัญหา และความต้องการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้พรรคชาติไทยพัฒนานั้นให้ความสำคัญกับการเมืองในระดับพื้นที่ รวมไปถึง ผู้สมัคร .. ของพรรคหลายท่านก็มีประสบการณ์ในการรับใช้พี่น้องประชาชนในท้องถิ่นก่อนจะก้าวมาสู่การเมืองระดับชาติ คุณวีระศักดิ์ โคตรสมบัติ ถือเป็นนักการเมืองอีกคนที่มีคุณสมบัติ และประสบการณ์ด้านนี้อย่างชัดเจน

    302209324_621474649334567_8975054363138965365_n

    คุณวีระศักดิ์ โคตรสมบัติ จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยปทุมธานี ปัจจุบันอายุ 42 ปี เข้าสู่การเมืองครั้งแรกหลังได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร อำเภอเมืองเขต 2 ปี 2555 – 2561 โดยวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 ได้รับเลือกให้ทำหน้าที่รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร และดำรงตำแหน่งรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร มาตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 จนถึงปัจจุบัน

    ด้วยประสบการณ์ด้านการเมืองท้องถิ่นที่ทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดยโสธรมาเป็นเวลายาวนาน อีกทั้งยังเป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ ทำให้พรรคชาติไทยพัฒนานั้นเล็งเห็นถึงความสามารถ ประสบการณ์ และความเข้าใจในบริบทของปัญหา รวมไปถึงความต้องการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี

    นางสาวกัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ขณะนี้เราได้เพื่อนร่วมอุดมการณ์เพิ่มอีกคน คือ คุณวีระศักดิ์ โคตรสมบัติ ว่าที่ผู้สมัคร .. ยโสธร โดยส่วนตัวเชื่อมั่นว่า คุณวีระศักดิ์ มีประสบการณ์จากสนามการเมืองท้องถิ่น และมีความเข้าอกเข้าใจพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี ซึ่งอย่างที่เคยแจ้งไว้ว่า พรรคชาติไทยพัฒนาจะทยอยเปิดตัวผู้สมัครไปเรื่อย ซึ่งเราก็ยอมรับว่า เมื่อการเลือกตั้งปี 62 พรรคชาติไทยพัฒนา ตอนไม่มีนายบรรหารนำ เราก็อาจจะยังทำได้ไม่เต็มที่ แต่หลังจากนี้ต่อไปในทุก ก้าวเราจะเติบโตที่ละน้อย อาจจะไม่ได้รวดเร็วมาก แต่เราจะเติบโตอย่างมั่นคง และเราจะต้อนรับว่าที่ผู้สมัครเรื่อย ในทั่วทุกภาคต่อไป

    ด้านนายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรคฯ กล่าวว่า มาถึงวันนี้เราคงพอเห็นภาพใหญ่แล้วว่าพรรคชาติไทยพัฒนา เราพร้อมใจ จับมือกันก้าวไปข้างหน้า โดยในอดีตจังหวัดยโสธรทั้ง 3 เขต เคยเป็นพรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งวันนี้เราได้ดึงเอาคนรุ่นใหม่มาสืบทอดเจตนารมณ์

    นายวราวุธ ศิลปะอาชา ประธานกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคฯ ระบุว่า คุณวีระศักดิ์ จะเป็นว่าที่ผู้สมัคร .. จังหวัดยโสธร โดยขณะนี้ทาง กกต. ยังไม่ได้ประกาศพื้นที่เขตเลือกตั้ง เราจึงวางตัวคุณวีระศักดิ์ไว้ที่เขต 1 อำเภอเมือง

    ซึ่งคุณวีระศักดิ์ ว่าที่ผู้สมัคร .. จังหวัดยโสธร กล่าวว่า จะใช้ความรู้ ความสามารถและประสบการณ์จากการดำรงตำแหน่งรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร เพื่อรับใช้พี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่

    ตามที่ได้เป็นข่าวก่อนหน้านี้ว่าพรรคชาติไทยพัฒนาได้มีสมาชิกพรรคคนใหม่เข้ามาร่วมงานการเมืองกับพรรค นั่นก็คือ คุณสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ ซึ่งเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ มีอุดมการณ์ทางการเมืองตรงกับพรรคชาติไทยพัฒนา อีกทั้งยังมีประสบการณ์ในการทำงานในพื้นที่จังหวัดเชียงรายมายาวนาน

    304597448_623415132473852_894186480935378280_n

    คุณสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ จบการศึกษาด้านการบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เริ่มเข้ามาทำงานการเมืองในพื้นที่จังหวัดเชียงรายตั้งแต่ปี 2528 ในฐานะสมาชิกสภาจังหวัดเชียงราย 2 สมัย (..2528-2538) ก่อนจะเข้ามาสู่เวทีการเมืองระดับประเทศในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย ในปี 2538 สังกัดพรรคเอกภาพ และได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนจนได้รับการเลือกตั้งเป็น ..จังหวัดเชียงราย อีก 3 สมัย ได้แก่ปี 2548, 2550 และ 2554 สังกันพรรคเพื่อไทย ก่อนจะเว้นว่างทางการเมืองไป 1 สมัยเนื่องจากยังไม่มีทางเลือกที่เหมาะสมในเวลานั้น

    โดยคุณสุรสิทธิ์ นั้นกล่าวว่าได้มีการติดตามการทำงานของนายวราวุธ ศิลปอาชา และพรรคชาติไทยพัฒนามาโดยตลอด และเชื่อมั่นว่ามีแนวทางในการทำงานที่สอดคล้องกัน จึงได้สมัครเข้าร่วมงานกับพรรคชาติไทยพัฒนาเพื่อทำงานการเมืองร่วมกัน

    พรรคชาติไทยพัฒนามีความเชื่อมั่นในความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ในการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงรายอันยาวนานของคุณสุรสิทธิ์ ว่าเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพทางการเมือง และจะได้รับความไว้วางใจให้ทำงานการเมือง เป็นตัวแทนให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงรายต่อไป

     

     

     

    ปัจจุบันทั่วโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในปี 2563 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งมาตรการที่รัฐบาลทั่วโลกใช้เพื่อช่วยเหลือประชาชนของตนนั้นก็ส่งผลทำให้เกิดอัตราเงินเฟ้อขึ้นในหลายประเทศ รวมไปถึงเงินบาทของไทย และเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่เป็นปัจจัยสำคัญทำให้ราคาสินค้าค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้น

    พรรคชาติไทยพัฒนาเล็งเห็นว่าปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นนั้น จะส่งผลกระทบเป็นอย่างมากต่อพี่น้องประชาชนในทุกภาคส่วน ทั้งด้านราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้น และต้นทุนการผลิตต่างๆ เมื่อเกิดภาวะเงินเฟ้อเช่นนี้ย่อมทำให้ภาคธุรกิจแลการลงทุนได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการเงินโดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจลงทุนต่างๆ

    shutterstock_285980522

     

    อย่างไรก็ตามในวิกฤตก็ยังคงมีโอกาส เนื่องจากแม้ว่าในปัจจุบันเศรษฐกิจโลกจะอยู่ในภาวะที่เกิดปัญหาขึ้นในหลายมิติ แต่ด้วยสถานการณ์ของภาวะโลกร้อน (Global Warming) และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ทำให้ภาคการลงทุนในเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) นั้นยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

    เศรษฐกิจสีเขียว หรือ Green Economy นั้นคือ ระบบเศรษฐกิจที่นอกจากจะมุ่งเน้นไปที่ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ผลกำไร ความกินดีอยู่ดีแล้ว ยังให้ความสำคัญเป็นอย่างมากกับสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศของโลก ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ทั่วโลกให้ความสำคัญในปัจจุบัน เพราะเป็นช่องทางของระบบเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเป็นทางออกของปัญหาโลกร้อน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

    earth-hands-1500x844-1

    นอกจากนี้แนวคิดเศรษฐกิจสีเขียว ยังเป็นเทรนด์การลงทุนที่ดึงดูดเม็ดเงินจากรัฐบาล และนักลงทุนทั่วโลกจำนวนมหาศาล ผ่านช่องทางของกองทุนสีเขียว (Green Bond) ในรูปแบบต่างๆ เนื่องจากสามารถทำกำไรให้กับนักลงทุนได้อย่างมหาศาลในระยะยาว อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งในปัจจุบันมีเม็ดเงินที่ลงทุนในกองทุนสีเขียวทั่วโลกมากกว่า 600,000 ล้านเหรียญฯ หรือมากกว่า 22 ล้านล้านบาท และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นสูงกว่า 1 ล้านล้านเหรียญฯ ใน 1-2 ปีข้างหน้า

    theknlowledgegreenfinance_1

    สำหรับประเทศไทยของเรานั้นถือว่ามีจุดแข็งในด้านการลงทุนสีเขียวเป็นอย่างมาก ทั้งความพร้อมของระบบเศรษฐกิจ พื้นที่ เทคโนลียี รวมไปถึงจำนวนของแรงงานในภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร หรือภาคอุตสาหกรรม แต่กลับยังไม่มีการตั้งเป้าหมายเรื่องการเป็นศูนย์กลางการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน ต่างจากหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนที่เน้นเป้าหมายในแนวคิดการลงทุนที่คำนึงถึงการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา

    อย่างไรก็ตามพรรคชาติไทยพัฒนาทราบดีถึงศักยภาพของประเทศไทย และประชาชนชาวไทยที่สามารถผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมได้ อีกทั้งเรื่องนี้ยังสอดคล้องกับแนวคิดด้านเศรษฐกิจสีเขียว และ Agritec with root ซึ่งเป็นแนวนโยบายของพรรค เป้าหมายในการผลักดันไทยให้กลายเป็นศูนย์กลางการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมจึงเป็นสิ่งที่พรรคชาติไทยพัฒนาให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก

     

    เป็นที่ทราบกันดีว่าการทำเกษตรนั้นต้องพึ่งพาปัจจัยต่างๆ ค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นสภาพภูมิอากาศ ปริมาณน้ำ ปุ๋ยต่างๆ ฯลฯ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนแต่เป็นต้นทุนและอุปสรรคสำคัญที่ทำให้เกษตรกรรมแบบเก่านั้นได้รับผลกระทบอย่างมาก

    โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ราคาสินค้าจำเป็นต่อการทำการเกษตรนั้นมีราคาแพงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามสถานการณ์เศรษฐกิจของโลก และภาวะเงินเฟ้อ เช่น ราคาปุ๋ยเคมี ซึ่งมีความจำเป็นในการทำการเกษตรแบบเดิมนั้นมีราคาแพงขึ้นเป็นเท่าตัว นำไปสู่ความจำเป็นในการปรับตัวของเกษตรกรจากการทำการเกษตรแบบดั้งเดิม ไปสู่การทำเกษตรยุคใหม่ที่ต้องอาศัยแนวคิด ความรู้ และเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาเสริมจุดอ่อน

    5112107

     

    ซึ่งการนำความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการทำการเกษตรนั้นก็มีหลากหลายรูปแบบ ยกตัวอย่างเช่น การใช้เทคโนโลยี IOT หรือ Internet of thing เข้ามาสร้างจุดแข็งในการทำการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นการใช้ IOT สามารถควบคุมการทำงานของอุปกรณ์การทำเกษตรทำให้ประหยัดเวลาในการทำงาน การใช้ IOT เทคโนโลยีช่วยแสดงผลการตั้งค่า เก็บข้อมูล และวิเคราะห์ผล ทำให้บอกค่าสภาพแวดล้อมได้อย่างแม่นยำ และ IOT ทำให้เกษตรกรสามารถใช้แรงงานน้อยที่สุดแต่ยังสามารถเพิ่มผลผลิตมากยิ่งขึ้น

    iStock-1096949092

     

    พรรคชาติไทยพัฒนานั้นสนับสนุนการใช้ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อมาพัฒนาการทำการเกษตรเป็นอย่างมาก เห็นได้จากแนวคิด Agri Tech With Root (ATR) ที่พรรคได้นำมาใช้เป็นแนวทางสำหรับการคิดนโยบายทางการเกษตร โดยแนวคิด Agri Tech With Root (ATR) นี้ เป็นเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ที่นำมาผสมผสานกับภูมิปัญญาปราชญ์ชาวบ้านในแต่ละท้องที่ เพื่อให้ตอบรับกับประเทศไทยที่มากด้วยทรัพยากรที่มีคุณค่า และเอามาใช้เพื่อเกิดประโยชน์สูงสุด

    โดยเทคโนโลยี ATR นี้จะเกี่ยวข้องกับ การเรียนรู้ห่วงโซ่ความสัมพันธ์ทางด้านการเกษตร (AgriTech Supply Chain) ประกอบด้วยเทคโนโลยีกับการเพาะปลูก (Farming Tech), เทคโนโลยีกับการแปรรูป (Processing Tech), เทคโนโลยีกับการกระจายสินค้า (Distribution Tech) และเทคโนโลยีกับการจัดจำหน่าย (Retail Tech) การพัฒนาสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพด้วยเทคโนโลยีเพื่อใช้ในการแปรรูป, การกระจายสินค้า และการจัดจำหน่าย

    Smart-farming-LetsNurture

     

    นอกจากนี้ ATR ยังสามารถนำไปใช้กับการทำปสุสัตว์ และการประมงได้อีกด้วย

    แนวคิด Agri Tech With Root (ATR) นี้ถือเป็นแนวคิดที่พรรคชาติไทยพัฒนาให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก โดย นายวราวุธ  ศิลปอาชา ประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ ได้กล่าวไว้ในเวทีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 พรรคชาติไทยพัฒนาว่า

    132849070

     

    "เราต้องหันมาปฏิรูปการพัฒนาเกษตรกรรมทั้งระบบ ตั้งแต่ขั้นตอนการเพาะปลูก การผลิต การแปรรูป-เพิ่มมูลค่า ไปจนถึงการค้าขาย และการสร้างแบรนด์ให้กับสินค้าเกษตรไทยในแต่ละท้องที่

    เราจะเลิกตั้งเป้าส่งออกสินค้าให้ได้จำนวนมากที่สุด เลิกวัดผลเป็นเชิงปริมาณ แต่จะหันมาตั้งเป้าส่งออกสินค้าคุณภาพสูงที่เป็นที่ต้องการของตลาดทั่วโลก เพื่อให้ได้ราคาสูงที่สุดแทน ด้วยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เข้ามาสนับสนุนเกษตรกร ผนวกกับองค์ความรู้ปราชญ์ชาวบ้านในแต่ละท้องที่ ด้วยแนวคิด Agri-Tech With Root เพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และเพิ่มคุณภาพของสินค้า

     

พันธมิตร

ชาติไทยพัฒนา เพื่อพัฒนาชาติไทย