นโยบายอุดหนุนราคาข้าวได้ผลหรือไม่???

ตลอดระยะเวลา 3 ปี ที่ผ่านมารัฐบาลของ พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวและสนับสนุนต้นทุนการผลิตฯเพื่อช่วยเหลือชาวนาผู้ปลูกข้าวจำนวนกว่า 4.5 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ในระยะเวลา 3 ปี มานี้ได้มีการใช้งบประมาณกับโครงการทั้ง 2 ไปแล้วถึง 321,245 ล้านบาท แยกเป็น

ปีการผลิต 2562/63 รวม 76,049 ล้านบาท

ปีการผลิต 2563/64 รวม 106,740 ล้านบาท

ปีการผลิต 2564/65 รวม 138,456 ล้านบาท

ซึ่งหากนับรวมไปกับโครงการเพื่อช่วยเหลือชาวนาในรูปแบบอื่น เช่น จำนำข้าว หรือ ประกันรายได้ในยุครัฐบาล คสช. ก็น่าจะใช้งบประมาณในระยะเวลา 10 ปี ไปมากกว่า 1 ล้านล้านบาทแล้ว

ที่น่าสนใจก็คือ ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวนาไทยนั้นไม่ได้ดีขึ้นเท่าที่ควร ชาวนาไทยยังคงมีสัดส่วนหนี้สินที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจาก สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ประเมินว่า หนี้สินครัวเรือนของเกษตรกรปี 2564 เฉลี่ยอยู่ที่ 262,317 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้น 16.5% เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่ครัวเรือนเกษตรกรมีหนี้สินเฉลี่ย 225,090 บาท/ครัวเรือน และเพิ่มขึ้น 18.4% เมื่อเทียบกับปี 2562 มีครัวเรือนเกษตรกรมีหนี้สินเฉลี่ย 221,490 บาท/ครัวเรือน

farmer-holds-rice-hand

นอกจากนี้ในปี 2565 นี้ ยังมีข่าวออกมาว่าจะมีการยกเลิกเงินช่วยเหลือชาวนาบางส่วน โดย นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ..สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม ระบุว่าเงินช่วยเหลือชาวนา ปี 2564/2565” กำลังจะถูกยกเลิกในปี 2566 เนื่องจากกรมการข้าวได้นำเสนอโครงการใหม่เพื่อช่วยเหลือชาวนา แต่มีความซ้ำซ้อนกับโครงการเดิมจึงจำเป็นต้องยกเลิก

ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการช่วยเหลือเกษตรกรจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น โดยมีหลักเกณฑ์เป็นการจ่ายขาดให้เกษตรกร อัตราไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 20 ไร่ รวมได้รับเงิน 20,000 บาทต่อครัวเรือน ซึ่งใช้งบประมาณในปี 2564/65 ไป 54,972 ล้านบาท จากสัดส่วน 138,456 ล้านบาท

และในปี 2566 จะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็นจ่ายขาดในอัตราไร่ละ 700 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 5 ไร่ หรือครัวเรือนละไม่เกิน 3,500 บาท ใช้งบประมาณ 12,560 ล้านบาท ซึ่งนั่นหมายถึงว่า เงินช่วยเหลือชาวนา 20,000 บาทต่อครัวเรือน จะถูกยกเลิกหายไปโดยปริยาย

paddy-harvest-golden-yellow-paddy-hand-farmer-carrying-paddy-hand-rice

มองในแง่งบประมาณนั้นสามารถลดรายจ่ายของภาครัฐไปได้เยอะมาก แต่มองในส่วนของเงินที่ชาวนาจะได้รับนั้น เหลือเพียงครัวเรือนละ 3,500 บาท จาก 20,000 บาท ลดลงไปมากถึง 82.5%

คำถามคือ เมื่อเงินในส่วนนี้หายไปถึง 82.5% ในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ ชาวนาจะทำอย่างไร???

ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา เราได้เห็นการเดินทางของชาวนาจากหลายจังหวัดเข้ามาชุมนุมในกรุงเทพฯ หน้ากระทรวงเกษตร และกระทรวงการคลัง ซึ่งเนื้อหาสาระของข้อเรียกร้องนั้นก็คือ การปรับโครงสร้างหนี้ชาวนา ชะลอการยึดทรัพย์ โอนหนี้ชาวนาจากธนาคารไปยังรัฐ ขอให้ลดหนี้ปลดหนี้ให้กับเกษตรกรซึ่งเป็นสมาชิก กฟก. กรณีที่ตาย พิการ ทุพพลภาพ ชราภาพ เจ็บป่วย เป็นโรคเหลือไม่เกิน 25% ตาม ...กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ที่ได้บัญญัติไว้ช่วยเหลือเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ (กฟก.)

แสดงให้เห็นว่าหนี้สินของชาวนานั้นเป็นปัญหาใหญ่ในเชิงโครงสร้างของชาวนาที่ต้องได้รับการแก้ไข การลดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินของรัฐต่อชาวนาในภาวะที่ยังมีปัญหาหนี้สิน ค่าครองชีพพุ่งสูง และปัญหาต้นทุนสินค้าเกษตรพุ่งสูงจึงดูไม่เหมาะสมนัก

ในขณะที่นักวิชาการมองว่าปัญหาโครงสร้างหนี้ของชาวนานั้นเกิดขึ้นมาจาก โครงการประกันรายได้ และช่วยเหลือนั้นไม่ได้ออกแบบมาให้แก้หนี้สินของชาวนา ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ จาก TDRI ระบุว่าโครงการประกันรายได้ฯถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ชาวนาไม่ขาดทุนในตอนต้น คือ ถ้าไปยืม ... หรือกองทุนหมู่บ้านมาทำนา เขาจะไม่ขาดทุนจากปลูกข้าว แต่โครงการเหล่านี้ไม่ได้เป็นเครื่องมือแก้ปัญหาหนี้สินชาวนา ขณะที่หนี้สินชาวนาก็เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น รายจ่ายมากกว่ารายได้

ด้าน รศ.สมพร อิศวิลานนท์ นักวิชาการอาวุโส สถาบันคลังสมองของชาติ กล่าวว่าลูกค้า ... 99% จะกู้เงินไปทำนา ถ้าเขานำเงินที่ได้จากการชดเชยประกันรายได้ฯ และค่าปรับปรุงคุณภาพข้าว ซึ่งเฉลี่ยแล้วจะได้รายละ 45,000-50,000 บาท ไปจ่ายหนี้ หนี้ก็จะค่อยๆลด แต่ประเด็น คือ ชาวนาส่วนมากมีรายได้ทางเดียว โอกาสที่จะเอาเงินตรงนี้ไปใช้หนี้แทบไม่มี เพราะต้องเอาเงินไปใช้ในชีวิตประจำวัน

การดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหารายได้ และหนี้สินชาวนา รวมถึงผลสำเร็จของโครงการช่วยเหลืออุดหนุนรายได้ จึงต้องทำควบคู่กันอย่างน้อย 2 มิติ คือ การแก้ปัญหาโครงสร้างหนี้ และการเพิ่มรายได้ของเกษตรกร ผ่านแนวคิดการทำการเกษตรแบบใหม่ที่ต้องขายได้แพงขึ้น ไม่ต้องแข่งขันที่ปริมาณ แต่แข่งขันที่คุณภาพ ราคา และลักษณะเด่นที่เหนือกว่า

พันธมิตร

ชาติไทยพัฒนา เพื่อพัฒนาชาติไทย