ทำแนวกันคลื่น ฟื้นฟูป่า สร้างงานให้ชุมชน

เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด19 ทำให้คนในชุมชนต้องขาดรายได้ในการประกอบอาชีพ พรรคชาติไทยพัฒนาซึ่งได้รับมอบหมายให้กำกับดูแล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย นายวราวุธ ศิลปอาชา ได้รับการจัดสรรงบประมาณในการฟื้นฟูเศรษฐกิจในช่วงวิกฤตโควิด19 โดยมุ่งหมายการสร้างงานให้กับคนในชุมชน พร้อมกับขับเคลื่อนนโยบายในการฟื้นฟูธรรมชาติตามแนวชายฝั่งทะเล

ซึ่ง 1 ในโครงการจ้างงานประชาชนที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจในช่วงโควิด-19 ก็คือ โครงการปักแนวไม้ไผ่กันคลื่น ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ที่ดำเนินการในพื้นที่ที่มีปัญหากัดเซาะ

เมื่อพูดถึงการนำไม้ไผ่มาปักบริเวณใกล้ชายฝั่งทะเล เพื่อสร้างแนวกันคลื่น อาจทำให้นึกถึงสำนวน “ไม้หลักปักเลน” ที่หมายถึง ความไม่มั่นคงและไม่แน่นอน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม้ไผ่เหล่านี้สามารถปักลงตามแนวชายฝั่ง ได้อย่างมั่นคงและแข็งแรง โดยอาศัยกำลังแรงงานจากคนในชุมชนท้องถิ่น ควบคู่กับเทคนิคการก่อสร้างที่ควบคุมโดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง การปักไม้ไผ่สร้างแนวกันคลื่นนี้ ถึงแม้ว่าวิธีการจะดูธรรมดา แต่ก็ให้ประโยชน์ได้อย่างมหาศาล นอกจากสามารถลดความแรงคลื่น ป้องกันการกัดเซาะของชายฝั่งแล้ว ยังเพิ่มพื้นที่หลังแนวไม้ไผ่ สร้างตะกอนดินที่เหมาะแก่การเจริญเติบโตของป่าชายเลน ให้กลับมาฟื้นตัวอีกด้วย

กระบวนการก่อสร้างแนวไม้ไผ่กันคลื่นของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ก่อนอื่นต้องมีการสำรวจพื้นที่ก่อน โดยพื้นที่ที่เหมาะสมควรเป็นพื้นที่หาดเลนหรือใกล้ป่าชายเลน มีลักษณะเป็นหาดเว้า และสถานที่ปักแนวไม้ไผ่ ไม่ควรห่างเกิน 50 เมตรจากชายฝั่ง อีกทั้งต้องประสานกับชุมชน เพื่อทำข้อตกลงร่วมกันว่าพื้นที่หลังแนวไม้ไผ่กันคลื่น จะถูกจัดเป็นพื้นที่สาธารณะประโยชน์ ซึ่งต้องปลูกป่าชายเลน เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ ไม่สามารถถูกครอบครองโดยบุคใดบุคคลหนึ่งได้ ที่สำคัญ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังได้กำชับการดำเนินงานโครงการ ให้จ้างงานคนในท้องถิ่นเป็นหลัก เพื่อกระจายรายได้ให้คนในชุมชน
3_jun_210621_1

แน่นอนว่า นอกจากการดำเนินนโยบายนี้จะกระตุ้นเศรษฐกิจให้ชุมชนแล้ว และสร้างประโยชน์ด้านการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม พื้นที่ป่าในประเทศไทย โดยเฉพาะป่าชายเลน จะเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยด้วย เพราะในอนาคตอันใกล้ทุกประเทศทั่วโลกจะมีการเปิดตลาดคาร์บอนเครดิต ซึ่งมีมูลค่ามหาศาล ซึ่งแน่นอนว่าป่าชายเลนจะเป็นพระเอกที่จะสร้างรายได้ให้กับประเทศในอนาคต
เพราะป่าชายเลนในพื้นที่ 1 เฮกตาร์ สามารถดูดคาร์บอนได้ 8 ตันต่อปี หากเทียบกับป่าบกแล้วเท่ากับว่าสามารถดูดซับคาร์บอนได้ดีกว่า 2 ถึง 4 เท่า

และนี่คือ 1 ในโครงการที่มาจากแนวนโยบายของพรรคชาติไทยพัฒนา ที่มุ่งหวังผลักดันและขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนด้วยการสร้างเศรษฐกิจสีเขียว เตรียมความพร้อมด้านทรัพยากรธรรมชาติให้ทัดเทียมกับนานาประเทศ นี่คือก้าวเล็กๆที่สำคัญ เพื่อนำชาติไทยให้พัฒนาต่อไป

พันธมิตร

ชาติไทยพัฒนา เพื่อพัฒนาชาติไทย