ชวนปลูก “ไม้มีค่า” เพื่อการลงทุน

เนื่องด้วยวันที่ 21 มีนาคม ของทุกปีนั้นถือเป็นวันที่มีความสำคัญในฐานะวันป่าไม้โลกหรือ World Forestry Day ซึ่งเกิดขึ้นจากการร่วมโหวตของประเทศสมาชิกองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization) เมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2514 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้ประชาคมโลกได้เห็นถึงความสำคัญของทรัพยากรป่าไม้ตลอดจนประโยชน์และผลิตผลต่างๆ ที่ได้รับจากป่า

สำหรับวันป่าไม้โลกนั้นจะมีการเฉลิมฉลองเพื่อส่งเสริมแลประชาสัมพันธ์ให้สาธารณชนได้รับทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรป่าไม้ใน 3 ประเด็นหลัก คือ การป้องกัน (Protection) ผลิตผลป่าไม้ (Producion) และการนันทนาการ (Recreation) ซึ่งในโอกาสวันป่าไม้โลกในปี 2565 นี้ เราจึงอยากเชิญชวนพี่น้องประชาชนมารับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกไม้มีค่าเพื่อการลงทุน

 

277097958_514671386681561_9139832824305305518_n

นับตั้งแต่ปี 2562 รัฐบาลได้ปรับแก้ ...ป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ที่บังคับใช้มานานกว่า 78 ปี โดยเฉพาะการยกเลิกมาตรา 7 ที่ได้กำหนดเกี่ยวกับไม้หวงห้ามที่ขึ้นอยู่ในที่ดินที่มิใช่ป่า ก่อให้เกิดปัญหาอุปสรรคต่อการทำไม้ในที่ดินของประชาชนและไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันเสร็จเรียบร้อยแล้ว กฎหมายที่ปรับแก้กำหนดให้สามารถตัดไม้ยืนต้นได้โดยไม่ผิดกฎหมายในที่ดินกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง อีกทั้งให้ยกเลิกไม้หวงห้ามในที่ดินเอกชนและที่ดินที่ได้รับอนุญาตให้ทำประโยชน์ ซึ่งถือว่าเป็นการปลดล็อกการปลูกและใช้ประโยชน์จากไม้หวงห้ามต่างๆ ต่อภาคเอกชน

ที่สำคัญก็คือปัจจุบันสำนักส่งเสริมการปลูกป่า กรมป่าไม้ ได้จัดการหากล้าไม้ทั้งไม้หายาก และไม้หวงห้ามมาแจกฟรี สำหรับ เกษตรกร ประชาชนทั่วไป หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ที่สนใจนำกล้าไม้ปลูกเพื่อสาธารณะประโยชน์ หรือเพื่อการต่างๆ ทั้ง ยางนา, พะยูง, มะค่า, แดง, ประดู่, ฯลฯ หากสนใจสามารถติดต่อขอรับกล้าไม้ได้ที่สถานีเพาะชำกล้าไม้ 116 สถานี ทั่วประเทศ

ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีในการลงทุน หรือปรับเปลี่ยนแนวทางการทำเกษตร เพื่อสร้างช่องทางอาชีพ หรือการลงทุนทำเกษตรแบบใหม่ เพื่อให้มีทางเลือกที่มากขึ้น โดยในปี 2565 นี้ถือว่าเป็นปีที่แทรนด์การปลูกต้นไม้ยังคงได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก ส่วนหนึ่งมาจากดารานักแสดงมีชื่อหันมาเล่นต้นไม้ใบด่างและพากันโพสต์ภาพถ่ายไม้ประดับ เพิ่มกระแสความนิยมให้ร้อนแรง ราคาทะยานขึ้น ดึงดูดให้นักปลูกต้นไม้มือใหม่ และคนสนใจทำธุรกิจขายต้นไม้ในวงการมากขึ้น โดนเฉพาะอย่างยิ่งไม้ด่างและบอนสีที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมาก

นอกจากนี้ยังมีต้นไม้ที่นิยมปลูกในบ้านที่กำลังมาแรงอีกหลายแบบ เช่น มอนสเตร่า (Monstera), เขียวหมื่นปี (Chinese Evergreen), ซานาดู (Xanadu), เดหลี (Peace Lily), เสน่ห์จันทร์แดง (Araceae), เฟิร์นบอสตัน (Boston Fern) เป็นต้น ซึ่งต้นไม้ปลูกในบ้านบางชนิดนอกจะเพิ่มพื้นที่สีเขียวแล้ว ยังเป็นต้นไม้ช่วยฟอกอากาศ ดูดสารพิษได้อีกด้วย

การส่งเสริมการปลูกต้นไม้เพื่อการลงทุนนั้น นอกจากจะสร้างพื้นที่สีเขียว หรือป่าไม้ให้เพิ่มขึ้นแล้ว ยังเป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ ด้านยุทธศาสตร์เกษตรและสหกรณ์ ระยะ 20 ปี (..2560-2579) มุ่งในการแก้ไขจุดอ่อนและเสริมจุดแข็งให้เอื้อต่อการพัฒนาภาคการเกษตรในระยะยาว เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์เกษตรกรมั่นคง ภาคการเกษตรมั่งคั่ง ทรัพยากรการเกษตรยั่งยืน

พันธมิตร

ชาติไทยพัฒนา เพื่อพัฒนาชาติไทย