ข่าวประชาสัมพันธ์

  • 2021-02-05 / ข่าวประชาสัมพันธ์

    ดร.ยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รองหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมคณะทำงานลงพื้นที่ตรวจติดตามผลการดำเนินงาน โครงการบูรณาการการจัดการป้องกันและแก้ไขปัญหากัดเซาะชายฝั่งทะเล 23 จังหวัด
    สำหรับวันนี้การติดตามตรวจเยี่ยมโครงการปักแนวไม้ไผ่กันคลื่นในพื้นที่เพชรบุรี ได้แก่ พื้นที่ตำบลปากทะเล อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ระยะทางแนวไม้ไผ่ 2,770 เมตร พื้นที่ตำบลบางแก้ว อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ระยะทางแนวไม้ไผ่ 1,550 เมตร พร้อมลงพื้นที่เตรียมความพร้อมสำหรับโครงการปักแนวไม้ไผ่ปี 64 พื้นที่ตำบลบางแก้ว อำเภอบ้านแหลม ระยะทางแนวไม้ไผ่ 1,750 เมตร จากนั้น ทปษ.รมว.ทส. ฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานโครงการ จากเจ้าหน้าที่ สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 พร้อมให้คำแนะนำ ข้อเสนอ และแนวทางติดตามการทำงานแก่เจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ด้วย
    “ปัญหาการกัดเซาะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่าในปี 2563 ที่ผ่านมา เพียงแค่ระยะเวลา6เดือน ในพื้นที่สองตำบล คือ ตำบลปากทะเลและตำบลบางแก้ว เกิดการกัดเซาะกินพื้นที่จากเดิมเข้าไปอีกกว่า30เมตร ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งได้รับนโยบายจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายวราวุธ ศิลปอาชา ให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน สำหรับการปักไม้ไผ่เป็นแนวกันคลื่นนั้น ต่อไปในอนาคตจะนำต้นแสม มาปลูกเสริมเพื่อเพิ่มสภาพแวดล้อม ขยายพื้นที่ป่าชายเลน ทำให้เกิดความสมดุลในระบบนิเวศน์ และเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติได้อีกด้วย” นายยุทธพล กล่าว

    2021-02-03 / ข่าวประชาสัมพันธ์

    3 กุมภาพันธ์ 2564 นายอนุรักษ์ จุรีมาศ ส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 1 พรรคชาติไทยพัฒนา ได้รับการประสานงานจากนายหนูสินธิ์ มาติยา กำนันตำบลหนองแวงควง อำเภอศรีสมเด็จและผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4,9,12 ว่า นำ้อุปโภคบริโภคทั้ง 3 หมู่บ้านนี้ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะฤดูแล้งปีนี้จะประสบปัญหาขาดแคลนน้ำเป็นอย่างมาก
    และได้มอบให้คณะทำงานฯ ร่วมกับนายเกรียงศักดิ์ เห็นกลาง ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 11 จังหวัดอุบลราชธานีเข้าไปในพื้นที่ตำบลหนองแวงควงเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน โดยจะดำเนินเป่าล้างบ่อบาดาล พร้อมกันนี้ก็จะให้วิศวกรของสำนักงานฯ เร่งเข้ามาดำเนินการสำรวจหาข้อมูล เพื่อจะได้วางแผนแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน
    ในขณะเดียวกันก็ได้ออกสำรวจในพื้นที่อื่นๆ เขตอำเภอเมืองร้อยเอ็ด ทั้งที่บ้านหนองคูขาด หมู่ที่ 12, บ้านแคนเหนือ หมู่ที่ 7 ตำบลขอนแก่น และบ้านหนองตาไก้ หมู่ที่ 16 ตำบลสีแก้ว ทั้งนี้เพื่อจะได้เตรียมการแก้ปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืน
    นายเกรียงศักดิ์กล่าวว่า จะเร่งรัดให้มีการศึกษาข้อมูลต่างๆ ให้เร็วที่สุด และพร้อมกันนี้ก็จะแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคไปพร้อมกัน

    2021-01-11 / ข่าวประชาสัมพันธ์

    นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตร ได้มีการประชุมร่วมกับทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวงเกษตร เพื่อหารือถึงแนวทางการส่งเสริมการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในช่วงฤดูแล้งที่กำลังจะมาถึงโดยเบื้องต้น ได้มีการหารือในเรื่องการส่งเสริมการเลี้ยงจิ้งหรีด เนื่องจากระยะการเลี้ยงใช้เวลา เพียง45วันเท่านั้น ก็จะสามารถในการจับจิ้งหรีดจำหน่ายได้ทันทีซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรครัวเรือนละ ไม่ต่ำกว่า 10,000บาท ถึง15,000บาทต่อครัวเรือนในการเลี้ยงต่อรอบ
    อย่างไรก็จากการหารือในเบื้องต้นจะมีการส่งเสริมการเลี้ยงจิ้งหรีดนำร่องในพื้นที่อ.ศรีประจัน จ.สุพรรณบุรี โดยกำหนดเบื้องต้นไว้ที่ จำนวน100ครัวเรือน ซึ่งจะเลี้ยงครัวเรือนละประมาณ 5 กล่อง. ตามมาตรฐานของกล่องการเลี้ยงจิ้งหรีด คาดว่า จะสามารถให้กำลังการผลิตได้ประมานกล่องละ20กิโลกรัม ต่อรอบและกำลังการผลิตโดยรวมน่าจะประมาณ รอบละ10ตัน
    ทั้งนี้ในส่วนตลาดที่จะมีการจัดส่งนั้นอาจจะมีการส่งให้กับบริษัทที่ผลิตโปรตีนเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานงานหาตลาด ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหาเพราะขณะนี้มีความต้องการโปรตีนจากแมลงค่อนข้างมากคาดว่าน่าจะทางเลือกและสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในช่วงหน้าแล้งที่จะมาถึง หากสามารถ ดำเนินการเป็นไปตามแผนจะมีการขยายในพื้นที่อื่นต่อไปด้วย
    จิ้งหรีดถือเป็นสินค้าที่น่าจะเป็นสินค้าที่น่าเปิดตลาดสินค้าเกษตรตัวใหม่ๆ ที่ประเมินแล้วมีอนาคตและเป็นที่ต้องการของตลาดที่มีโปรตีนจากแมลง ซึ่งได้การรับรองคุณภาพจากสหภาพยุโรป (อียู) โดยทำรายได้เข้าประเทศกว่า 1 พันล้านบาท

    2021-01-02 / ข่าวประชาสัมพันธ์

    2 มกราคม 2564 เวลา 11.00 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินทางไปยัง สถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหินและทรัพยากรธรณีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา ในการรับฟังบรรยายสรุปการดำเนินการพัฒนาโคราชจีโอพาร์คสู่การเป็นจีโอพาร์คโลก ยูเนสโก จาก ผู้อำนวยการโคราชจีโอพาร์ค โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงฯ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ร่วมให้การต้อนรับ
    นายวราวุธ กล่าวว่า “น่ายินดีที่ จ.นครราชสีมา มีสถานที่ที่เป็นมรดกของมวลมนุษยชาติจำนวนมาก และหน่วยงานในระดับจังหวัดมีความเข้มแข็งในการขับเคลื่อนการทำงานอย่างจริงจัง มีการบรรจุอยู่ในแผนพัฒนาจังหวัด ซึ่งกระทรวงฯ จะทำหน้าที่ในการประสานงาน และสนับสนุนในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มกำลังความสามารถต่อไป”
    ในโอกาสนี้ รมว.ทส. พร้อมคณะได้เดินเยี่ยมชมนิทรรศการโคราชจีโอพาร์ค พิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ รวมถึงเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์จากชุมชนและโรงเรียนในพื้นที่อุทยานธรณีโคราชอีกด้วย
    สำหรับ โคราชจีโอพาร์ค หรือ อุทยานธรณีโคราช นั้น เป็นพื้นที่ลุ่มน้ำลำตะคองใน อ.เมือง อ.สีคิ้ว อ.สูงเนิน อ.ขามทะเลสอ และ อ.เฉลิมพระเกียรติ ขนาด 3,167 ตารางกิโลเมตร ที่มีการค้นพบฟอสซิลสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม หลายสายพันธุ์จำนวนมาก ซึ่งมีความสำคัญในระดับนานาชาติ โดยจะมีการพัฒนาให้ได้รับการประเมิน จาก ยูเนสโก (UNESCO) เพื่อให้กลายเป็นจีโอพาร์คโลก ซึ่งจะทำให้สถานที่แห่งนี้มีการบริหารจัดการแบบองค์รวม (Holistic Concept) และวิธีการจากล่างสู่บน (Bottom-Up Approach) โดยชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมกันในการอนุรักษ์ ศึกษา และพัฒนาอย่างยั่งยืน ปัจจุบัน ประเทศไทยมีจีโอพาร์คระดับโลกอยู่แล้ว 1 แห่ง คือ จีโอพาร์ค จ.สตูล

    2020-12-30 / ข่าวประชาสัมพันธ์

     
    สำหรับหน่วยบริการและช่วยเหลือนักท่องเที่ยว เป็น 1 ใน ของขวัญ 13 อย่างสำหรับประชาชน จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามนโยบายของนายวราวุธ ศิลปอาชา โดยมีการจัดตั้งจุดบริการประชาชน ทั้งทางบก ทางทะเล และอากาศยานทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2563 ถึงวันที่ 3 มกราคม 2564 พร้อมจัดสถานที่เพื่ออำนวยความสะดวกและบริการประชาชนระหว่างการเดินทางในช่วงเทศกาล บนถนนสายหลักและสายรอง เช่น บริการจุดพักรถ บริการน้ำดื่ม กาแฟ ผ้าเย็น ห้องน้ำ-สุขา ลานกางเต็นท์ แนะนำเส้นทางและสถานที่ท่องเที่ยว เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวบริเวณชายฝั่งทะเล และตั้งศูนย์บริการอากาศยานรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินอีกด้วย

    2020-12-28 / ข่าวประชาสัมพันธ์

    วันนี้​ 28 ธันวาคม​ 2563 เวลา​ 10.30​ น.​ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม​ เป็นประธานเปิดโครงการลดปริมาณเชื้อเพลิง "ชิงเก็บเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่า" ซึ่งนำร่อง 10 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อป้องกันและควบคุมไฟป่า เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ไฟป่า​ ส่งเสริมชุมชนนำเชื้อเพลิงไปแปรรูปสร้างรายได้ ช่วยลดการเกิดไฟป่า และลดปริมาณฝุ่น PM2.5​ พร้อมชมการสาธิต​การเก็บขนใบไม้​ กิ่งไม้แห้งนำเข้าเครื่องอัดใบไม้​, การขนส่งใบไม้อัดแท่งออกจากพื้นที่ป่าโดยใช้โดรน​, การทำแนวกันไฟ​ (Firebreak) การเพิ่มมูลค่าของเชื้อเพลิง​ด้วยการเพาะเห็ด และเยี่ยมชมนิทรรศการการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่า​ โดยมี​ นายธเนศพล​ ธนบุณยวัฒน์​ เลขานุการรัฐมนตรีฯ​ นายจตุพร​ บุรุษพัฒน์​ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม​ พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงฯ​ หน่วยงานภาครัฐ​ ภาคเอกชน​ ภาคประชาชน​ และเครือข่ายจิตอาสาพระราชทาน​ เข้าร่วมโครงการฯ​ ณ​ โรงเรียนแม่​แจ่ม​ อ.แม่แจ่ม​ จ.เชียงใหม่
    นายวราวุธ กล่าวว่า สถานการณ์ไฟป่าที่ผ่านมาก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมากมาย ทั้งเกิดมลพิษหมอกควัน ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม ฯลฯ​ ตลอดจนการดำรงชีวิตของประชาชน​ ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงฯ​ ได้ให้ความสำคัญเรื่องการแก้ปัญหาไฟป่า และหมอกควันเป็นอย่างมาก และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าวเหมือนปีที่ผ่านๆ มา กระทรวงฯ​ โดยกรมป่าไม้​ จึงมีมาตรการ “ชิงเก็บก่อน” คือการเก็บเศษใบไม้ที่จะเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทั้งในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ป่าสงวนแห่งชาติ หรือนอกเขตป่า โดยร่วมบูรณาการการทำงานกับทุกภาคส่วน​และชุมชนในพื้นที่​ นำเศษใบไม้เหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ เช่น นำเอาใบไม้ไปบดอัดและเผาจนกลายเป็นถ่านอัดแท่ง หรือนำไปแปรรูปเป็นสินค้าชนิดๆ อื่น ขณะเดียวกันก็ประสานงานบริษัทห้างร้านเอกชนเข้ามาซื้อเศษวัสดุ ซึ่งจะทำให้ชาวบ้านสามารถนำไปขายสร้างรายได้​ และทำให้สามารถลดปริมาณเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่าไปด้วย​
    รมว.ทส.​ ยังได้กล่าวเน้นย้ำว่า​ "หัวใจสำคัญของการลดปริมาณเชื้อเพลิง​ เพื่อแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่า​ คือ​ ความร่วมมือ​ของเครือข่าย​ และทุกภาคส่วน​ในการลงพื้นที่ที่มีความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดไฟป่า​ เพื่อเข้าไปเก็บเชื้อเพลิงออกมา​ ซึ่งจะเป็นการป้องกันและลดปัญหาได้​" นอกจากนี้​ รมว.ทส.​ ยังได้กล่าวขอบคุณ​ และเป็นกำลังใจให้ทุกภาคส่วน​ ที่มาเข้าร่วมกิจกรรมฯ​ ในครั้งนี้ เพื่อร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม​ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากการเผาป่ามาสู่การใช้ประโยชน์จากป่าได้อย่างยั่งยืนสืบไป
    ทั้งนี้​ การจัดโครงการลดปริมาณเชื้อเพลิง ประจำปีงบประมาณ 2564 ได้จัดกิจกรรมพร้อมกันใน 10 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน แพร่ น่าน พะเยา แม่ฮ่องสอน ตาก และพิษณุโลก

พันธมิตร

ชาติไทยพัฒนา เพื่อพัฒนาชาติไทย