ข่าวประชาสัมพันธ์

  • 2021-06-10 / ข่าวประชาสัมพันธ์

    นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ขอประณามการปล่อยข่าวปลอมที่อ้างว่าโค กระบือติดเชื้อถึง 7.8 ล้านตัวซึ่งไม่เป็นความจริงจึงขอเรียกร้องให้ผู้ที่ปล่อยข่าวมีความรับผิดชอบต่อสังคมเพราะได้สร้างความตื่นตระหนกแก่ผู้บริโภคทั่วประเทศทำให้มีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคกระบือถูกกดราคาขายโดยไม่จำเป็นการปล่อยข่าวที่ไม่มีจิตสำนึกแบบนี้เป็นการทำร้ายซ้ำเติมเกษตรกรโดยตรง
    ส่วนการนำเข้าวัคซีน ตนในฐานะที่กำกับกรมปศุสัตว์ ไม่ได้นิ่งนอนใจ และขอทำความเข้าใจกับทุกฝ่ายว่า บริษัทที่ผลิตวัคซีนโรคลัมปี สกิน ในขณะนี้ มีเพียง 3 บริษัทจากทั่วโลกได้แก่ประเทศแอฟริกาตุรกีอียิปต์ซึ่งได้ติดต่อจัดซื้อไปยังทุกแห่งเรียบร้อยแล้วและกำลังเร่งเจรจาต่อรองให้ได้ประเทศไทยวัคซีนโดยเร็วที่สุดในปริมาณที่เพียงพออีกทั้งยังเปิดโอกาสให้บริษัทเอกชนที่ประสงค์จะใช้วัคซีนในฟาร์มของตนสามารถติดต่อกรมปศุสัตว์ที่เป็นผู้ได้รับอนุญาตขึ้นทะเบียนวัคซีนตามกฎหมายเพื่อทำการสั่งซื้อวัคซีนได้เองอีกทางหนึ่ง

    อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีขบวนการค้าวัคซีนโรคลัมปี สกินปลอม ที่หลอกลวงเกษตรกรทางช่องทางสื่อสารออนไลน์ว่าจะขายวัคซีน เพื่อทำการฉีดแก่โค กระบือของตน จึงขอให้เกษตรกรมีความระมัดระวัง และแจ้งเบาะแสแก่ทางกรมปศุสัตว์ หรือ Facebook ของพรรคชาติไทยพัฒนาพวกเราจะปราบปรามผู้ที่ไม่ประสงค์ดีเหล่านี้ที่ทำร้ายเกษตรกรให้ถึงที่สุดเพื่อประโยชน์และคุณภาพชีวิตที่ดีของเกษตรกรทั่วประเทศ

    #พรรคชาติไทยพัฒนา #กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

    2021-06-04 / ข่าวประชาสัมพันธ์

    นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ เผยกำลังเล็กผลักดันให้ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงติด TOP 3 ในตลาดโลก เนื่องจากการระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้คนต้องอยู่บ้านทำงานมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด ส่งผลให้ตลาดสัตว์เลี้ยงขยายตัวขึ้น จากข้อมูลของ Research And Markets พบว่า ความต้องการอาหารเลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้นจาก 7.46 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในปี พ.ศ.2562 เป็น 7.55 หมื่นล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ในปี พ.ศ.2563 และคาดการณ์ว่าจะทะยานเป็น 8.85 หมื่นล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐในปี พ.ศ.2566 สำหรับประเทศไทยในปี พ.ศ.2564 นี้ อาหารสัตว์เลี้ยงยังคงมีแนวโน้มการส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพียงแค่ช่วง 4 เดือนแรกสามารถส่งออก 240,440 ตัน มูลค่าประมาณ 16,736.72 ล้านบาท

    เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมากและความมั่นใจของประเทศคู่ค้า
    นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตร ได้มอบหมายให้กรมปศุสัตว์กำกับดูแลกระบวนการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง (Pet food) เพื่อการส่งออก โดยต้องมีการขึ้นทะเบียนรับรองเพื่อการส่งออก (VCN) ควบคุมมาตรฐานโรงงานให้ผ่านการรับรอง GMP และ HACCP อีกทั้งต้องมีการตรวจสอบการผลิต เพื่อการออกหนังสือรับรองสุขอนามัยสำหรับอาหารสัตว์เลี้ยงต่อไป

    สำรวจภูมิทัศน์ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงของไทย
    จากข้อมูลของ Statista พบว่า ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างเนื่อง พบว่าในปี พ.ศ.2555 มีมูลค่าตลาด 491 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ  มีการบริโภค 445.5 ล้านกิโลกรัม ต่อมาในปี พ.ศ.2563 สามารถขยายตัวเป็น 1,095 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ มีการบริโภคเพิ่มขึ้นเป็น 969.8 ล้านกิโลกรัม และคาดการณ์ว่าในปี พ.ศ.2568 มูลค่าตลาดจะขยายตัวอย่างมาก โดยมีการบริโภค 1,381.8 ล้านกิโลกรัม คิดมูลค่าเป็น 1,561 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเปรียบเทียบกับมูลค่าตลาดเอเชียในปี พ.ศ.2562 ไทยอยู่อันดับ 4 ซึ่งมีมูลค่าตลาดต่างจากจีน ซึ่งอยู่อันดับ 3 เพียงเล็กน้อย
    ส่วนอันดับ 1 และ 2 คือ จีน และอินโดนิเซีย มีมูลค่าตลาด 2.7 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ และ 1.4 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐตามลำดับ

    การแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงในตลาดโลกเมื่อย้อนดูการบริโภคอาหารสัตว์เลี้ยงของโลกในปี พ.ศ.2555 พบว่ามีจำนวน 33.66 พันล้านกิโลกรัม และเพิ่มขึ้นเป็น 48.68 พันล้านกิโลกรัม ในปี พ.ศ.2563 อัตราการเติบโตคิดเป็น ร้อยละ 44.62 และคาดการณ์ว่าจะมีการบริโภคอาหารสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้นเป็น 59.9 พันล้านกิโลกรัม ในปี พ.ศ.2568 โดยจะขยายตัวอีกร้อยละ 23.04 สะท้อนว่า ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงยังเป็นตลาดส่งออกที่มีอนาคต ในปี พ.ศ.2562 พบว่า ไทยมีจำนวนการส่งออกอาหารเลี้ยงแมวและสุนัขติดอันดับ 4 ของโลก คิดเป็น 686.91 ล้านกิโลกรัม เป็นรองแค่ฝรั่งเศส เยอรมัน และสหรัฐอเมริกาที่ส่งออก 911.8 ล้านกิโลกรัม

    888.7 ล้านกิโลกรัม และ 780.03 ล้านกิโลกรัมตามลำดับ อย่างไรก็ตามมูลค่าการส่งออกอาหารเลี้ยงแมวและสุนัขไม่ติด 10 อันดับแรกของโลกเลย
    โดยราคาอาหารสัตว์เลี้ยงต่อหน่วยของไทยในปี พ.ศ.2561 ถึง 2563 มีราคาเฉลี่ย 1.13 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ฝรั่งเศสมีราคาเฉลี่ย 3.30 ดอลลาร์สหรัฐ
    ในปี พ.ศ.2561 เพิ่มเป็น 3.45 ดอลลาร์สหรัฐ ในปี พ.ศ.2563 ส่วนราคาเฉลี่ยของเยอรมันเพิ่มจาก 2.53 ดอลลาร์สหรัฐในปี พ.ศ.2561  เป็น 2.62 ดอลลาร์สหรัฐในปี พ.ศ.2563 และราคาเฉลี่ยสหรัฐอเมริกาจากปีพ.ศ.2561 มีราคา 2.35 ดอลลาร์สหรัฐ เป็น 2.40 ดอลลาร์สหรัฐในปี พ.ศ.2563 สิ่งนี้สะท้อนถึงอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงไทยเน้นปริมาณในการผลิต และยังพึ่งพาการรับจ้างผลิตเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ไม่สามารถเพิ่มมูลค่าของสินค้าประเภทนี้ได้ 

    wet-pet-food-cat-or-dog-pate-7EZKDQ3_1_1

    เทรนด์ใหม่ของผู้เลี้ยงสัตว์และโอกาสของผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยง
    สมาคมผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงอเมริกัน (American Pet Products Association) ได้ทำแบบสำรวจผู้เลี้ยงสัตว์ในประเทศ (National Pet Owners Survey) พบว่า 67 % ของครัวเรือนอเมริกันมีสัตว์เลี้ยง คิดเป็น 85 ล้านครัวเรือนโดยประมาณ อีกทั้งพบว่า ครัวเรือนส่วนใหญ่ปฏิบัติต่อสัตว์เลี้ยงของตนเสมือนคนในครอบครัว โดยเลือกอาหารที่มีคุณภาพดีและมีประโยชน์แก่สัตว์เลี้ยงของพวกเขา เหมือนที่เขาเลือกอาหารให้คนในครอบครัว ดังนั้นแล้วอาหารประเภท prebiotic และ probiotic ที่ส่งผลดีต่อระบบย่อยอาหาร และอาหารประเภท gluten-free เป็นแนวโน้มทางการตลาดที่สำคัญในอนาคต อีกทั้งอาหารสัตว์เลี้ยงออร์แกนิกก็เป็นแนวโน้มที่สำคัญในอนาคต เพราะเจ้าของห่วงใยสุขภาพสัตว์เลี้ยงของตน นอกจากนี้ ผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เมื่อย้อนมาดูกระบวนการผลิตของอุตสาหกรรมอาหาร ย่อมมีเศษเนื้อ เครื่องในสัตว์ และชิ้นส่วนที่เหลือจากการผลิตภัณฑ์ จึงต้องศึกษาความเป็นไปได้ที่จะมาใช้เป็นอาหารสัตว์ว่าทำได้หรือไม่ รวมถึงบรรจุภัณฑ์ของอาหารสัตว์เลี้ยงสามารถใช้วัตถุดิบรีไซเคิลได้หรือไม่ เพื่อการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน (circular economy) ที่นำไปสู่เป้าหมายของเสียเหลือศูนย์ (zero waste) ในอนาคต

    รมช.ประภัตร มีความใส่ใจประเด็นนี้อย่างยิ่ง และกำชับกรมปศุสัตว์ในการกำกับอาหารเลี้ยงสัตว์ให้มีมาตรฐานสูงในการส่งออก อีกทั้งมีแผนที่จะปรึกษาหารือกับสมาคมการค้าอาหารสัตว์เลี้ยงไทย (Thai Pet Food Trade Association) ในการกำหนดยุทธศาสตร์ร่วมกันเพื่อขยายตลาดในการส่งออก
    โดยแบ่งตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงเป็น 2 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย
    1) ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงเกิดใหม่ ประกอบด้วย มาเลเซีย ซึ่งเป็นตลาดส่งออกอันดับ 4 ในปี พ.ศ.2563 และบราซิล รัสเซีย ตุรกี เม็กซิโก อาร์เจนตินา
    อินโดนิเซีย ไนจีเรีย จีน อิหร่าน แองโกลา ชิลี และซาอุดิอาระเบีย ซึ่งมีขนาดอาหารสัตว์เลี้ยงอยู่ใน 25 อันดับแรกของโลก ที่สำคัญประเทศเหล่านี้ไม่ติดอันดับการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยง 10 อันดับแรกของโลก จึงเป็นโอกาสดีในการแสวงหาตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงใหม่แก่ผู้ประกอบการไทย
    2) ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว โดยประเทศที่มีรายจ่ายอาหารสัตว์ต่อหัวสูงที่สุด 10 อันดับแรกในปี พ.ศ.2562 คือ ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา ไอซ์แลนด์ ลักซ์เซมเบิร์ก ออสเตรีย สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส ฟินแลนด์ นิวซีแลนด์ และสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่นสหภาพยุโรป
    ส่วนประเทศผู้ที่นำเข้าอาหารสัตว์เลี้ยงจำนวนมากที่สุดในปีพ.ศ.2562 คือประเทศในสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ซึ่งเป็นคู่ค้าหลักเช่นกัน
    ดังนั้นแล้ว การส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงในประเทศกลุ่มนี้ต้องมีประโยชน์ มีคุณภาพ และมีขั้นตอนการผลิตที่ได้มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม

    2021-06-04 / ข่าวประชาสัมพันธ์

    นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ เผยว่าในฐานะที่ตนกำกับดูแลกรมปศุสัตว์ ได้วางแผนและเฝ้าระวังการระบาดของโรคลัมปี สกินตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคม พ..2563 อีกทั้งได้กำชับด่านปศุสัตว์ ห้ามไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงสอดส่องไม่ให้มีการลักลอบมายังประเทศไทย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด และสามารถควบคุมการระบาดได้ที่ 0.167 % หรือประมาณ 10,023 ตัว จากโคกระบือ 6 ล้านตัว

    อย่างไรก็ตาม นักการเมืองบางท่าน ได้กล่าวหาว่าหน่วยงานของรัฐไม่มีมาตรการที่ชัดเจนในการรับมือโรคลัมปี สกิน ข้อกล่าวหานี้เป็นข้อกล่าวหาที่เลื่อนลอยและเกินจากความจริง พร้อมย้ำ! อย่าโยงทุกเรื่องว่าเกี่ยวข้องกับการบริหารสถานการณ์วิกฤตโควิด-19ในปัจจุบัน เพราะขณะนี้วัคซีนโรคลัมปี สกิน มาถึงไทยแล้ว 60,000 โดส ในล๊อตแรก และจะตามมาอีกจำนวน 300,000 โดสในล๊อตต่อไปและจะบริการฉีดวัคซีนฟรีทั้งหมดหากพบเจ้าหน้าที่เรียกเก็บค่าใช้จ่ายจะจัดการลงโทษด้วยมาตรการที่เด็ดขาด

    S__5390398

    จากข้อมูลล่าสุด พบว่าโค กระบือที่ป่วยจากโรคนี้มีประมาณ 10,023 ตัว จากโค กระบือ 6 ล้านตัวทั่วประเทศ คิดเป็น 0.167 % ของโค กระบือทั้งประเทศ และมีการตายสะสมเพียงแค่ 93 ตัวสะท้อนว่ายังสามารถรับมือการระบาดได้อย่างดีและควบคุมการระบาดได้

    ส่วนแผนปฏิบัติการการฉีดวัคซีน นายประภัตร กล่าวว่า ต้องแบ่งเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย 1)พื้นที่เกิดโรค Infected Zone 50 กิโลเมตร โดยฉีดวัคซีนในอำเภอที่อยู่ในรัศมี 50 กิโลเมตรจากพื้นที่เกิดโรค และมีมาตรการห้ามเคลื่อนย้ายโค กระบือที่ฉีดวัคซีนออกจากคอกเลี้ยงเป็นระยะเวลา 30 วัน 2)พื้นที่เฝ้าระวังโรค Surveillance Zone 100 กิโลเมตรยังไม่ฉีดวัคซีนและสามารถเคลื่อนย้ายภายใต้การกำกับดูแลของเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์โดยแผนการนี้ดำเนินการตามหลักวิชาเพื่อประสิทธิภาพในการควบคุมโรคสูงสุดอีกทั้งปล่อยคาราวานพ่นยาฆ่าแมลงยับยั้งพาหะของโรคลัมปีสกินรวมถึงคาราวานสัตวแพทย์รักษาโรคตามอาการ

    นอกจากนี้ นายประภัตรได้สั่งการให้หน่วยงานปศุสัตว์เชิญชวนเกษตรกรหันมาทำประกันสัตว์ เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคและอุบัติ โดยจ่ายเบี้ยประมาณ 400 บาท ทุก 6 เดือน แต่สามารถคุ้มครองการตายของสัตว์ได้ทุกกรณี 30,000 บาท อีกทั้งยังเตรียมหารือ เรื่องการจ่ายเงินตอบแทนให้กับอาสาสมัครปศุสัตว์ ซึ่งมีทั่วประเทศจำนวนกว่า 60,000 คน

    สุดท้ายนี้ นายประภัตรย้ำว่า โรคลัมปี สกิน เกิดเฉพาะในโค กระบือ ไม่ติดเชื้อจากสัตว์สู่มนุษย์ และสามารถรักษาให้หายขาดได้ เมื่อโค กระบือรักษาให้หายจากโรค สามารถนำมาบริโภคได้อย่างปลอดภัย ฉะนั้นแล้ว หากโค กระบือของท่านมีอาการเสี่ยง เช่น พบตุ่มเนื้อบนผิวหนัง และเยื่อเมือกทั่วร่างกาย ซึ่งต่อมาจะตกสะเก็ดและเป็นแผลหลุม รวมถึงมีอาการไข้และหายใจลำบาก ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัด ปศุสัตว์อำเภอในท้องที่ โทรศัพท์สายด่วน 06-3225-6888 หรือทางแอพพลิเคชั่น DLD4.0 เพื่อทำการรักษาและป้องกันการระบาดของโรคลัมปี สกินได้ทันท่วงที

    2021-05-30 / ข่าวประชาสัมพันธ์

    30 พฤษภาคม นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางมายังด่านกักกันสัตว์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อร่วมในพิธีรับมอบวัคชีนโรคลัมปี สกิน จากประเทศแอฟริกาใต้ โดยมีนายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวรายงาน พร้อมให้การต้อนรับร่วมกับผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
    ทั้งนี้นายเฉลิมชัย กล่าวว่าเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีการนำเข้าวัคซีนโรคลัมปี สกิน ด้วยเป็นโรคอุบัติใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่งพบการติดเชื้อครั้งแรกในโคเนื้อของเกษตรกรที่อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อต้นเดือนมีนาคม 2564 ที่ผ่านมา และได้แพร่กระจายโรค โดยมีแมลงเป็นพาหะ ไปยังโค-กระบือของเกษตรกรในจังหวัดต่าง ๆถึง 35 จังหวัด มีสัตว์ป่วยรวม 10,023 ตัว และตาย 93 ตัว แล้ว
    จากสถานการณ์ระบาดของโรคลัมปี สกิน ที่เกิดขึ้นนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาการระบาดโดยเร็วที่สุด ซึ่งการใช้วัคซีนควบคุมโรค เป็น 1 ใน 5 มาตรการที่สำคัญของการควบคุมการระบาดที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินการ โดยมอบหมายให้กรมปศุสัตว์จัดหาและสั่งซื้อวัคชีน ซึ่งกรมปศุสัตว์สามารถสั่งซื้อวัคซีน LSDV จำนวน 60,000 โดสได้จาก บริษัท Intevet International B.V. ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งมีโรงงานผลิตอยู่ในประเทศแอฟริกาใต้ และนำมาสู่การรับมอบในวันนี้
    สำหรับวัคชีน LSDV ล๊อตแรกจะเร่งนำไปฉีดให้กับโค-กระบือของเกษตรกรที่ อยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาดเป็นหลักก่อนโดยต้องฉีดรอบจุดเกิดโรคเพื่อควบคุมการแพร่กระจายของโรคออกจากจุดเกิดโรคและเป็นไปตามหลักวิชาการ ซึ่งตนได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์รีบดำเนินการโดยเร็วที่สุด เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้เกษตรกรพร้อมกันนี้ยังได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์ดำเนินการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมอีกจำนวน 300,000 โดส เพื่อให้เพียงพอ และสร้างความมั่นคงด้านวัคซีนของประเทศไทยด้วย โดยการฉีดวัคซีนโรคลัมปี สกินให้กับโค-กระบือครั้งนี้ เป็นมาตรการช่วยเหลือของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น หากพบการเรียกร้องค่าใช้จ่าย ขอให้แจ้งมาที่ตนโดยตรง จะดำเนินการจัดการด้วยมาตรการที่ขั้นเด็ดขาด
    ขณะที่นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่กำกับดูแลกรมปศุสัตว์กล่าวว่า กระทรวงฯในฐานะที่ดูแลงานปศุสัตว์โดยตรงหลังจากพบมีการแพร่ระบาดของโรค ลัมปีสกิน ตนได้สั่งการไปยังกรมปศุสัตว์ให้มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และแก้ปัญหาต่อเนื่องจนมาถึงการเสนอให้มีการนำเข้าวัคซีน เพื่อฉีดให้กับโค กระบือ เพื่อสกัดการแพร่ระบาด ขอรับรองว่าโรคดังกล่าวสามารถรักษาหาย เนื้อทานได้ และไม่ติดต่อถึงคน อย่างแน่นอน
    อย่างไรก็ตามที่ผ่านมากระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้วางมาตรการป้องกันและกำจัดโรคลัมปี สกินแล้ว ขอให้เกษตรกรเขื่อมั่นการทำงานของกระทรวงเกษตรฯและอย่าวิตกกังวล ขอให้ติดตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์เป็นหลัก โดยเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จะลงพื้นที่เชิงรุกอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับเกษตรกรต่อไป
    ด้าน นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแผนการกระจายวัคซีนโรคลัมปี สกิน ตลอดจนมาตรการชดเชยเยียวยาเกษตรกร ขณะนี้ คณะกรรมการอำนวยการ และคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการป้องกันควบคุม และเตรียมความพร้อมเผชิญเหตุโรคสัมปี สกิน หรือ War room ได้มีการวางแผนไว้เป็นที่เรียบร้อย และจะสามารถดำเนินการได้ทันที เมื่อได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อน จึงจะสามารถนำมาใช้ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อความปลอดภัยของสัตว์ที่ได้รับวัคซีน คาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน ซึ่งเมื่อทุกอย่างพร้อมกรมปศุสัตว์จะเร่งดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับโค-กระบือของเกษตรกรในทันที

    2021-05-27 / ข่าวประชาสัมพันธ์

    25 พฤษภาคม 2564 นายอนุรักษ์ จุรีมาศ ส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 1 พรรคชาติไทยพัฒนา มอบคณะทำงานฯร่วมกับ ร.ท.ธวัชชัย เห็มวัง นายอำเภอศรีสมเด็จ, เจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอเมืองร้อยเอ็ด, อำเภอศรีสมเด็จ, นางสาวจุรีภรณ์ เอื้อไพรจิตร สมาชิกสภาจังหวัด (ส.จ.) ร้อยเอ็ด เขตอำเภอเมืองร้อยเอ็ด และนายรัฐกร จุรีมาศ ส.จ.เขตอำเภอศรีสมเด็จได้ร่วมกันส่งมอบเวชภัณฑ์เพื่อการป้องกันโรคลัมปิ สกิน ซึ่งกำลังระบาดในทุกพื้นที่ของจังหวัดร้อยเอ็ดในขณะนี้
    ซึ่งในวันนี้คณะทำงานฯ ของนายอนุรักษ์ ได้ร่วมส่งมอบเวชภัณฑ์ในเขตอำเภอศรีสมเด็จครบทั้ง 8 ตำบล โดยได้มอบผ่าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ส่วนเขตพื้นที่อำเภอเมืองร้อยเอ็ดในวันนี้ได้ส่งมอบในพื้นที่ตำบลโนนรัง, แคนใหญ่ และหนองแก้ว สำหรับในพื้นที่อีก 11 ตำบลจะเริ่มดำเนินการส่งมอบให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 28 พฤษภาคมนี้
    นายเทวิน แสวงการ ผู้ช่วยปศุสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ดได้แจงว่า แนวโน้มการระบาดได้ลดลงแล้ว คาดว่าประมาณ 30 วันจากนี้น่าจะเข้าหยุดการระบาดได้และพร้อมกันนี้ขอให้อย่าได้มีการเคลื่อนย้ายสัตว์โดยเด็ดขาดเพราะจังหวัดร้อยเอ็ดได้มีประกาศเรื่องโรคระบาดแล้ว ถ้าหากมีการเคลื่อนย้ายสัตว์จะมีความผิดทางกฏหมายทันที

    2021-05-27 / ข่าวประชาสัมพันธ์

    27 พฤษภาคม 2564 ดร.ยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รองหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นำทีมงานชาติไทยฯอาสา พร้อมด้วยส่วนราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อาทิเช่น สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเพชรบุรี/สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 สาขาเพชรบุรี/สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่3สาขาเพชรบุรี/สำนักงานทรัพยากรทะเลและชายฝั่งที่3 เพชรบุรีมอบอุปกรณ์ และ สิ่งของจำเป็น ให้แก่รพ.พระจอมเกล้าเพชรบุรี เพื่อกระจายไปยัง รพ.สนามทั่วจังหวัด ไว้สำหรับใช้ปฏิบัติการควบคุมโรคระบาด โควิด-19 ในเบื้องต้นดังนี้
    - ชุด PPE 1,000 ชุด
    - พัดลม 100 ตัว
    - เจลแอลกอฮอล์ 100 ขวด
    - น้ำดื่มสะอาด 5,000 ขวด
    - น้ำดื่มชนิดถ้วย 11 ลัง (528ถ้วย)
    -หน้ากากอนามัย 150 กล่อง
    โดยมี นพ.เกรียงศักดิ์ คำอิ่ม ผอ.รพ.พระจอมเกล้าจังหวัดเพชรบุรี และ คณะบุคลากรทางการแพทย์ รับมอบ

พันธมิตร

ชาติไทยพัฒนา เพื่อพัฒนาชาติไทย