การปรากฎตัวเพิ่มขึ้นของสัตว์ป่าในช่วงล็อคดาวน์โควิด 19 มีนัยยะอย่างไร

การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดผลเสียเป็นวงกว้าง ทั้งชีวิต และเศรษฐกิจ โดยตัวเลข ณ ปัจจุบัน มีประชาชนเสียชีวิตอยู่ที่ 5 แสนกว่า และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกๆวัน ในบางประเทศยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงได้ ในประเทศไทยได้มีการล็อคดาว์นเพื่อชะลอและหยุดการแพร่กระจายของโควิด-19 เช่นกัน ซึ่งตอนนี้ถือได้ว่าใกล้กลับมาสู่สภาวะปกติกว่าอีกหลายๆประเทศแล้ว เหลือเพียงรักษาการป้องกัน ควบควมและฟื้นฟูเศรษฐกิต เพราะตอนนี้อัตราการตกงานและว่างงานที่ยังคงสูงอยู่ ซึ่งในสิ่งที่เกิดขึ้นแย่ๆเหล่านี้ ก็ยังมีสิ่งดีดีเกิดขึ้นอยู่ ทำให้เราได้เห็นโลกใบนี้ในอีกมุมมองหนึ่งหลังจากมีการล็อคดาว์นลง

หลังจากมีการล็อคดาว์นประเทศลง สถานที่ต่างๆได้ปิดตัวลง ไม่ว่าจะห้างสรรพสินค้า ร้านค้า สถานที่ราชการ รวมไปถึงอุทยานต่างๆ เพื่อป้องกันการรวมตัวกันเป็นกลุ่มของประชาชนไม่ให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ (นายนรินทร์ ปิ่นสกุล) ได้รายงานว่ามีการปรากฎตัวของสัตว์ป่าออกมาให้เห็นมากขึ้นหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นช้างป่าที่ออกมาเล่นน้ำที่อ่างเก็บน้ำ กวางป่าที่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ที่โดยปกติจะแยกกันอยู่ หรือแม้แต่นกเงือกที่หาพบได้ยากได้ลงมาในช่วงฝนตกเพื่อมาหาอาหารในบริเวณทุ่งหญ้า ยังมีการฟื้นฟูของพืชพันธุ์ไม้ที่หายากต่างๆกลับงอกงามขึ้นอย่างรวดเร็ว ความเงียบสงบจากการที่มนุษย์ไม่เข้าไปรบกวนทำให้สัตว์ป่ากล้าออกมาโชว์ตัวให้เห็นมากขึ้น

อีกฝั่งหนึ่งที่น่าสนใจเช่นกันคือ การฟื้นตัวของระบบนิเวศน์ใต้ทะเลที่มีความอุดมสมบูรณ์ เนื่องจากไม่มีมนุษย์เข้าไปรบกวน รวมถึงการเพิ่มขึ้นของสัตว์น้ำนานาพันธ์ มีการพบเห็นที่ง่ายขึ้น หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม (นายณรงค์ คงเอียด) ได้ให้รายละเอียดว่า จากการลงไปสำรวจในท้องทะเล ในทุกๆครั้งที่ลงไปสำรวจจะเห็นได้ว่าสัตว์น้ำทะเลหลายๆชนิดจะพบได้ง่ายขึ้นยกตัวอย่างเช่นพยูน ซึ่งพบเห็นได้ง่ายและพบได้ในทุกๆครั้งที่ลงไปสำรวจ มีการอยู่รวมกันเป็นฝูงมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ธรรมชาติ  ชายหาด ปะการัง  รวมทั้งทะเลมีความสะอาด สวยงามเป็นอย่างมาก เจ้าหน้าอยากรักษาธรรมชาติที่ได้กลับมาเหล่านี้ให้ยังคงอยู่ไว้หลังจากคลายล็อคแล้ว

จากเหตุการณ์ที่ทางธรรมชาติได้ฟื้นฟูกลับคืนมา ทางนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้เล็งเห็นความสำคัญในการล็อคดาว์นในครั้งนี้ จึงได้สั่งการปรับเปลี่ยนการเที่ยวแบบใหม่ที่เรียกกันว่า “นิวนอร์มอล (New Normal)” โดยให้มีการปิดอุทยานทุกอุทยานปีละครั้งเป็นระยะเวลา 3 เดือน เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ ผืนป่า และสัตว์ หากประชาชนต้องการเที่ยวอุทยาน ต้องมีการจองคิวล่วงหน้าในการไปเพื่อจำกัดนักท่องเที่ยวไม่ให้มากเกินไปจนรบกวนและทำลายธรรมชาติ ซึ่งแบ่งการจองบนแอพพลิเคชั่นและวอร์คอินหรือโทรจอง อยู่ที่ 70:30 เปอร์เซ็นต์ และขอให้ประชาชนที่มาท่องเที่ยวช่วยกันรักษาความสะอาดของอุทยาน

หลายคนอาจมองว่าการกลับมาของสัตว์ป่า การมีชายหาดสวยงาม มีธรรมชาติที่ดีขึ้น มลพิษลดน้อยลง อาจมองเรื่องนี้ว่าเป็นเรื่องที่ดูออกจะโลกสวยไปหน่อย แต่หากมองในมุมของผู้ที่อนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้ว การที่ได้สิ่งเหล่านี้กลับคืนมานั้นมีค่ามากเหลือเกิน เป็นการบอกว่า หากเรา(มนุษย์)ไม่ไปรบกวน (หรือรบกวนน้อยที่สุด) ธรรมชาติสามารถฟื้นฟูกลับมาได้ดั่งเดิมได้ ดังนั้นในหน้าที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเจ้าหน้าทุกท่าน รวมถึงประชาชนทุกคนสามารถร่วมกันปกป้อง รักษาธรรมชาติที่กลับคืนมาเหล่านี้เอาไว้ให้คงอยู่ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อตัวเราและคนรุ่นหลังได้มีโอกาสเยี่ยมชมธรรมชาติเหล่านี้อีก

พันธมิตร

ชาติไทยพัฒนา เพื่อพัฒนาชาติไทย