พลังกลุ่ม : ให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี ปราชญ์ชาวนา ผู้เปลี่ยนวัชพืชไร้ค่ามาเป็นผลิตภัณฑ์จักสาน สร้างรายได้ปีละล้านกว่าบาท!!!

 

เรื่อง : ชลลดา เตียวสุวรรณ
ภาพ : วรุตม์ รอดคะเชนทร์

 

    จากผักตบชวา…วัชพืชไร้ค่า กลายมาเป็นผลิตภัณฑ์จักสานยอดขายปีละล้านกว่าบาท!!! จากชุมชนนาล่ม ขาดรายได้ กลายมาเป็นชุมชนเข้มแข็ง มีอาชีพมั่นคงให้ทั้งผู้สูงวัย และหนุ่มสาววัยทำงานที่อยากกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านเกิด ขยายไปจนสร้างบ้านพอเพียงให้คนยากไร้ และแก้ปัญหายาเสพติดให้ลูกหลานด้วยพลังกลุ่ม จากหญิงชาวนา มาเป็นประธานกลุ่มจักสานผักตบชวาผู้ศรัทธาในพลังของการรวมกลุ่ม

 

ปราณี จันทวร พร้อมแบ่งปันทุกเคล็ดวิชาเพื่อสร้างความเข้มแข็งในชุมชนของตน

 

 

“คนไทยน่ะเหรอ…แยกกันเราอยู่ รวมกันตายหมู่”

“คนไทย…ทำงานเดี่ยวๆเก่ง แต่งานกลุ่ม…เละ”

นั่นไม่ใช่แค่คำกล่าวหา แต่บ่อยครั้งที่เราพบว่า…มันจริงอย่างที่เขาว่ากันเสียด้วยสิ

แต่ถึงจะจริง แต่ก็ไม่จริงเสมอไปหรอกนะ หลักฐานแน่นหนาที่จะนำมาอ้างอิงในวันนี้ก็คือ ‘กลุ่มจักสานผักตบชวาบ้านบางตาแผ่น’ อ.เมือง จ.อ่างทอง นี่เอง

 

 

“เมื่อก่อนไม่เคยคิดว่าจะตั้งกลุ่มรวมกลุ่มอะไรเล้ยยยย” ปราณี จันทวร…ประธานกลุ่มฯพูดตรงไปตรงมาเสียงดังฟัง
ชัดตามแบบฉบับของผู้นำกลุ่มผู้มีประสบการณ์มากว่า 28 ปี”

“…พูดตรงๆเลยนะ ฐานะเราไม่เดือดร้อนไง มีที่นา มีสวน สามีก็รับราชการครู แต่มันเหมือนภาวะการณ์บังคับ ตอนนั้นปี 2532 ฝนแล้ง หนูอาละวาด ทำนาไม่ได้ แล้วชาวบ้านที่นี่ก็มีทักษะฝีมือในการจักสานหวายกับไม้ไผ่อยู่แล้ว แต่ต่างคนต่างทำ ขายก็ไม่ได้ราคา กระด้งได้ใบละสิบกว่าบาท..อะไรแบบนี้ เราก็เลยลองรวมกลุ่มกันขึ้นมา ช่วงแรกๆมีสมาชิก 14 คน เริ่มมาเก็บผักตบชวาซึ่งเป็นวัชพืชของชาวนาชาวสวนมาทำจักสาน”

เมื่อรวมตัวตั้งกลุ่มขึ้นมาได้เป็นรูปเป็นร่าง หน่วยงานราชการต่างๆก็จัดงบประมาณและองค์ความรู้เข้ามาสนับสนุน ทำให้กลุ่มฯมีทั้งทักษะความรู้เพิ่มขึ้น และกำลังใจมากขึ้น

 

 

“…ตอนป้าได้รางวัลผู้นำอาสาพัฒนาชุมชนดีเด่น ก็ได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระเทพฯ ได้เข้าไปดูงานในวังสวนจิตรลดา โอ๊ย…ตอนแรกก็นึกว่าพระราชวังคงจะสวยแวววาวอะไรอย่างนี้ละนะ แต่ได้ไปเห็นสวนเห็นนาข้าว อ้าว…ในหลวงท่านก็ทำเกษตรด้วยรึนี่? เห็นงานที่ท่านทรงทำอย่างหนักแล้วก็เกิดแรงบันดาลใจให้เราทำหน้าที่ของเราต่อไปให้ดีขึ้นเรื่อยๆ…”

กลุ่มจักสานผักตบชวาบ้านบางตาแผ่นเริ่มขยายใหญ่ขึ้นเมื่อยุคฟองสบู่แตกราว 20 ปีก่อนที่คนหนุ่มสาววัยทำงานกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านเกิด จากสมาชิก 14 คนในตอนเริ่มต้น มาเป็น 73 คนในปัจจุบัน การรวมกลุ่มทำให้การแลกเปลี่ยนความรู้ ทักษะ ฝีมือ พัฒนาได้เร็วกว่าอย่างชัดเจน

“…พอรวมกันได้เข้มแข็ง เราจะมีพลังในการต่อรองราคากับพ่อค้าแม่ค้าที่มาซื้อมาสั่งสินค้าเรา หน่วยงานรัฐก็เข้ามาช่วยหลายเรื่อง เช่น อุตสาหกรรมก็เชิญไปออกงานโอท็อปเพื่อหาตลาด พาณิชย์ก็ช่วยพัฒนาบรรจุภัณฑ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ก็เอาหลักการสหกรณ์มาบริหารกลุ่ม เพราะเขาเห็นเราทำงานกันจริงจัง

จากเงินทุนเมื่อเริ่มต้น 2,000 บาท ปัจจุบันกลุ่มฯมีเงินกว่า 400,000 บาท

 

 

“เงินหมุนเวียนไม่เยอะหรอกราวๆแสนนึง แต่อีก 300,000 เราให้สมาชิกกู้ยืม กลุ่มไม่จำเป็นต้องมีเงินมากหรอก ถ้ากลุ่มรวยมาก สมาชิกจะยากจน” คุณป้าปราณีเผยหลักการบริหารอย่างไม่ปิดบังอำพราง

“…กลุ่มเราประสบความสำเร็จได้เพราะคณะกรรมการดี เหรัญญิกเก่ง ซื่อสัตย์ โปร่งใส ฝ่ายขายขยัน ให้ความร่วมมือ สมาชิกรู้จักเสียสละ…ตอนนี้ก็สร้างบ้านพอเพียงให้คนยากไร้ แก้ปัญหายาเสพติดของชุมชนได้…”

 

 

เดี๋ยวนะ…จากกลุ่มจักสานผักตบชวา คุณป้าปราณีไปออกเรื่องสร้างบ้านกับแก้ปัญหายาเสพติดได้ยังไง???

“เอ้า…พอรวมกลุ่มกัน ก็มีโอกาสพูดคุยปรึกษาหารือกัน แบ่งปันทุกข์สุข ความสัมพันธ์ของคนในชุมชนมันก็ดีขึ้น เราก็รู้ว่าใครเดือดร้อน มีปัญหาเรื่องอะไรก็มาช่วยกันแก้ไข…เมื่อกลุ่มเราอยู่ได้แล้ว แต่ลูกหลานติดยาหมด มันจะคุ้มมั้ยล่ะ?”

เมื่อกลุ่มฯอยู่ตัวแล้ว จึงได้ขยับขยายมาทำงานด้านสังคมเพิ่มขึ้นด้วยการช่วยเหลือสนับสนุนของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.)ให้เงินซื้อวัสดุก่อสร้าง แต่แรงงานก่อสร้างนั้นเป็นความร่วมมือร่วมใจเสียสละของคนในชุมชนเอง

 

 

ไม่เพียงแต่สร้างความเปลี่ยนแปลงด้านรายได้ให้กับสมาชิกกลุ่มที่ปัจจุบันมียอดขายหลักล้านบาท แต่การทำงานแบบรวมกลุ่มยังก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตัวของประธานกลุ่มท่านนี้ด้วย

“เมื่อก่อนตอนปี-สองปีแรกนะ ไม่ฟังใครเลย นึกว่าตัวเองเก่งอยู่คนเดียว เวลาคนเอาสายเปียผักตบชวามาส่งแล้วเขาทำไม่สวยนะ ตัดของเขาต่อหน้า ฉับ! เลย แล้วถักให้เขาใหม่ คิดดูสิ…เราหวังดีก็จริง แต่นึกถึงใจคน เขาก็เสียกำลังใจไปแล้ว แต่พอทำไปๆ เราก็รู้จักฟังคนอื่นบ้าง เด็กๆมันก็บอกยายอย่างนั้นนะอย่างนี้นะ มีการอบรมจากหน่วยงานรัฐมากขึ้น ทำงานร่วมกับคนอื่นมากขึ้น ก็รู้ว่าเราไม่ได้เก่งคนเดียว ต้องฟังคนอื่นมากๆ ตอนนี้ก็มีคนรุ่นใหม่มาช่วยงานสานต่อแล้วล่ะ แต่เขายังไม่ให้ป้าไปไหน ให้อยู่ก่อน(หัวเราะ)”

“…กลุ่มฯต้องรู้จักให้…ให้กำลังใจ ให้ทุนประกอบอาชีพ ให้สวัสดิการ ให้โอกาส แล้วเวลาเรารับอะไรจากใครก็ต้องรับอย่างมีศักดิ์ศรี จะเข้มแข็งหรืออ่อนแอ มันอยู่ที่พวกเราชาวบ้านเอง ไม่ใช่อยู่ที่รัฐ” ปราณี จันทวร กล่าวด้วยความเชื่อมั่นในพลังกลุ่มอย่างเต็มเปี่ยม
Headlines : ท้าพิสูจน์ ‘พลังกลุ่ม’… ปราชญ์ชาวนา ปราณี จันทวร เผยเคล็ดลับความสำเร็จของกลุ่มจักสานผักตบชวาบ้านบางตาแผ่น ยอดขายปีละล้านกว่าบาท

 

ขอขอบคุณ

ที่มา : https://roo-young.com/archives/151