เกษตรสมัยใหม่สไตล์ลุงเกรียง สร้าง ‘กำไร’ ให้ชีวิตด้วยแนวคิด ‘พอเพียง’

 

เรื่อง: ชลลดา เตียวสุวรรณ
ภาพ: วรุตม์ รอดคะเชนทร์

 

    เกรียง เทพสุธา หรือลุงเกรียง อดีตผู้รับเหมา ผู้เคยตามล่าหาความรวย แต่ด้วยพิษเศรษฐกิจยุคฟองสบู่ทำให้เขาเป็นหนี้เกือบ 16 ล้าน! …เกือบคิดสั้น ฆ่าตัวตาย แต่ได้หนังสือ ‘พระมหาชนก’ ต่อลมหายใจ ทำให้ได้สติ ค่อยๆ พลิกฟื้นผืนนาของพ่อเป็นแปลงเกษตรไร้สารพิษตามแนวทฤษฎีใหม่ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ถึงแม้ไม่รวย แต่ก็ไม่จน และไม่มีหนี้ แถมยังสร้างกำไรสูงสุดให้ชีวิต นั่นคือ ‘ความสุข’

 

จากประตูทางเข้าสวนลุงเกรียง…เกรียง เทพสุธา ในเขตพื้นที่ ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี เมื่อกวาดสายตาไปรอบๆเนื้อที่ 10 ไร่นั้น เราจะเห็นแทบทุกสิ่งที่เป็นแบบแผนพื้นฐานตามเกษตรทฤษฎีใหม่ของในหลวงรัชกาลที่ 9

 

ข้าวพอเพียง(เมล็ดพันธุ์ข้าวถุงเล็กๆที่ได้รับเป็นของที่ระลึกจากการเข้ากราบพระบรมศพในหลวง ร.9) ลุงเกรียงบอกว่า
‘บางคนเอาไปบูชา บูชาทำไมเขาให้เอามาปลูก ดูสิ…แตกกองามขนาดนี้แล้ว’

 

สระเก็บกักน้ำราว 30% ของพื้นที่

เล้าเป็ด เล้าไก่เล็กๆริมสระ เรือนพักหลังน้อย โรงเรือนสำหรับเก็บข้าวเปลือก รวมแล้วราว 10% ของพื้นที่

แปลงนาเขียวที่ประดับยอดด้วยรวงข้าวงามสะพรั่งกินพื้นที่ราว 30%

พื้นที่ส่วนที่เหลืออีก 30% คือพืชพันธุ์ที่ปลูกไว้เก็บเกี่ยวกินได้นานาชนิด

ที่แปลกตาคือ เนินดินขนาดย่อม ณ มุมตรงข้ามกันของสวน ซึ่งเป็นส่วนที่ลุงเกรียงเพิ่มเติมขึ้นเองตามไอเดียของคนเคยเป็นนักภูมิสถาปัตย์มาก่อน

 

‘กล้วยเครือนึงนี่ก็ร้อยกว่าบาทแล้ว หวีละ 20 บาท นับสิ…มีกี่หวีล่ะ คูณเข้าไป…เงินทั้งนั้น’ ลุงเกรียงกล่าว

 

“ทำเนินไว้เป็นจุดชมวิว” ลุงเกรียงยิ้มภูมิใจก่อนจะเผยเหตุผลที่แท้จริงอย่างอารมณ์ดีว่า “พืชบางชนิดชอบที่บนเนินเพราะน้ำไม่ขัง บางชนิดชอบที่ลุ่ม ก็เลยต้องทำเนินให้มันด้วย”

 

จากจุดชมวิวมุมนี้ ลุงเกรียงมักมายืนอมยิ้มชมทิวทัศน์ไร่นาสวนผสม 10 ไร่ด้วยหัวใจเบ่งบานอยู่เสมอ

 

ลุงเกรียงเดินนำชมสวนเกษตรผสมผสานจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเองอย่างกระตือรือร้น ประสบการณ์เกือบ 3 ปีที่ปลุกปั้นพื้นที่ 10 ไร่นี้ถูกถ่ายทอดพรั่งพรูอย่างไม่หวงวิชาด้วยสำเนียงแห่งความสุข

 

เนินดินขนาดย่อมด้านทิศเหนือของสวน นอกจากปลูกมะละกอแล้ว ยังมีตั่งไม้ไว้นอนดูดาวด้วย

 

“ผมตั้งใจที่จะทำเกษตรอินทรีย์เพราะไม่อยากกินพืชผักที่มีสารเคมี…นั่นคือเป้าหมายแรก” ลุงเกรียงเด็ดถั่วฝักยาวจากต้นยื่นให้ชิม แน่นอน…มันหวาน กรอบ สด ความสบายใจไร้กังวลที่ได้กินผักไร้สารเคมีนั้นช่างดีงาม

 

ผลิตผลปราศจากสารเคมีจากสวนลุงเกรียง

 

ผลิตผลปราศจากสารเคมีจากสวนลุงเกรียง

 

“ปลาในบ่อนี่ ตอนหน้าฝนมันจะกระโดดข้ามคันนาไปหากินอยู่ในนาข้าวสบายใจเฉิบ ปีแรกผมทำนาข้าวหอมมะลิโดยไม่ใช้สารเคมี 4ไร่ได้ข้าว 1,000 กก. พอปีที่สอง ได้ 2,500 กก. เพราะข้าวที่ไม่ใช้เคมีจะแข็งแรง เพลี้ยจักจั่นมันไม่ชอบกิน เราต้องรู้จักบริหารระบบนิเวศน์ ถ้าไปฉีดยา แมลงตาย กบตาย แต่เพลี้ยไม่ตาย”

“อีกเหตุผลหนึ่งที่ผมมาทำเกษตรผสมผสาน เพราะอยากพิสูจน์ ทั้งพิสูจน์กับตัวเองว่าทำได้ อยู่รอด และอยากพิสูจน์ให้เพื่อนๆชาวนาคนอื่นเห็นด้วยว่า เกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงนี่ ทำแล้วอยู่ได้ ถึงไม่ร่ำรวย แต่ไม่จน และไม่มีหนี้ มีกำไรสูงสุดคือ ความสุข”

“ผมไม่ใช่เกษตรกรมาแต่อ้อนแต่ออก ตอนหนุ่มๆอยากรวยและคิดว่าจะรวยได้ต้องทำธุรกิจเท่านั้น เรียนจบก็เข้ากรุงเทพฯไปตามล่าหาความรวย ผมเป็นนักจัดภูมิทัศน์ เป็นผู้รับเหมา ตอนฟองสบู่แตกปี 2540 เจ๊ง มีหนี้ 16 ล้าน เคยคิดฆ่าตัวตาย แต่ได้อ่านหนังสือ ‘พระมหาชนก’ ก็อดทนหายใจต่อไป แล้วใช้หลักการเศรษฐกิจพอเพียงค่อยๆปลดหนี้ แล้วฟื้นธุรกิจขึ้นมาใหม่ คราวนี้เอาแค่พอตัว พอธุรกิจอยู่ตัว ผมก็เริ่มมาแปลงที่นาเรียบๆโล่งๆผืนนี้ที่ตกทอดมาจากพ่อ ให้เป็นแบบที่เห็นนี่แหละ”

ใครๆ ก็พูดว่า การปลูกข้าวไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ต้องมีความรู้ มีประสบการณ์ ขนาดเกษตรกรมืออาชีพยังเป็นหนี้เป็นสิน ยังลืมตาอ้าปากไม่ได้ก็มากมาย แล้วมือใหม่อย่างลุงเกรียงมีวิธีเรียนรู้อย่างไร

“ผมได้ไปเข้าโรงเรียนเกษตรกรชาวนา จ.สุพรรณบุรี มีปราชญ์เกษตร มีอาจารย์นักวิชาการข้าวมาสอน สมัยก่อนชาวนาเรียนจากเซลขายปุ๋ยเคมี แบบซื้อปุ๋ยแถมหม้อหุงข้าว พอแมลงมา เซลก็เอายาฆ่าแมลงมาขายให้ ใช้ไปเรื่อยๆ ดินก็เสีย แมลงก็ดื้อยา ถึงจุดหนึ่ง..มันก็ต้องตีกลับไปที่จุดไม่ใช้สารเคมีน่ะแหละ

“การทำนาสมัยใหม่ ต้องลดต้นทุน ปลูกข้าวก็ต้องเหลือพื้นที่ให้ข้าวแตกกอ ออกรวงเยอะๆ ไม่ใช่อัดแน่นเอี้ยด แล้วเดี๋ยวนี้เทคโนโลยีชีวภาพที่เอามาใช้ในการกำจัดศัตรูพืชมันก้าวหน้ามาก เพียงแต่เราต้องศึกษาหาความรู้ว่า แมลงไหนมีประโยชน์ ตัวไหนกินตัวไหนได้

“หรือถ้าจะใช้ปุ๋ยใช้ยาเคมี ก็ต้องใช้ให้เป็น ให้พอเหมาะ ให้ถูกจังหวะ ให้ปลอดภัยที่สุด

“แต่ชาวนาก็หัวดื้อนะ มีบางคนที่ไปเรียนที่โรงเรียนชาวนากับผมเนี่ย เกือบต่อยกับอาจารย์เลย เขาบอกอาจารย์ไม่ใช่ชาวนาจะไปรู้อะไร แต่หลักสูตรเขาก็ให้ลงมือทำแปลงข้าวของตัวเองจริงๆเลย ทำอย่างที่อาจารย์สอน กับทำตามวิธีของตัวเอง แล้วจดบันทึกผล เอามาเปรียบเทียบกัน เขาถึงยอมรับ ยกมือขอโทษอาจารย์ ทีนี้เขาก็เอาไปบอกต่อเพื่อนๆชาวนาแล้ว”

“ผมว่า ในยุคนี้นะ วิธีคิดวิธีทำนามันต้องเปลี่ยน ถ้าเปลี่ยนก็รอด ไม่เปลี่ยนก็รอดยาก”

ลุงเกรียงฟันธงอย่างเชื่อมั่นในหนทางที่เลือกแล้ว

 

‘ขนาดคนทำฟาร์มเลี้ยงไก่ขนาดใหญ่ๆยังมาซื้อไข่ไก่ไข่เป็ดของผมไปกินเลย เพราะฟาร์มเขาใช้สารไง’

 

ไข่ออร์แกนิก ขายได้ราคาฟองละ 4-5 บาท

 

ถ้าลุงเกรียงไม่บอก ก็คงไม่รู้ว่าเศษดินเศษหญ้าชื้นๆนี้คือ ปุ๋ยทรงคุณค่าที่มาจากส่วนผสมอันอุดมด้วยสารอาหารสำหรับพืชผัก

 

โปรเจคล่าสุด…เตรียมพื้นที่และโครงหลังคาไว้ปลูกผักกางมุ้ง

 

ฟางข้าวจากนาไร้สารพิษ เก็บเตรียมไว้สำหรับเพาะเห็ด(โปรเจคในอนาคตอันใกล้ของลุงเกรียง)

 

พวงมาลัยไหว้แม่โพสพ…แสดงถึงทัศนะมุมมองที่มีต่อข้าว ซึ่งทำให้ลุงเกรียงปฏิบัติต่อนาข้าวด้วยความเคารพ
เอาใจใส่เสมือนผู้มีพระคุณที่ให้ชีวิต มิใช่มองว่าเป็นเพียงสินค้าทางการเกษตร

 

ขอขอบคุณ

ที่มา : https://roo-young.com/archives/656