RAMEN BOY เด็กหนุ่มที่ค้นพบความฝันในชามราเมน กินราเมนทุกวัน ทุกมื้อ ปีละเป็นพันชาม! บ้าหรือสุดยอด?

 

เรื่อง: ฐิติพงศ์ ศิริรัตน์อัสดร
ภาพ: ทวิตเตอร์ @NAOKI_RAMEN

 

    เด็กหนุ่มญี่ปุ่นคนหนึ่งกินราเมนแทบทุกวัน แทบทุกมื้อ รวมแล้วปีละกว่าพันชาม แถมเวลากินก็ไม่เหมือนใคร เขามีตะเกียบส่วนตัว ไม่ยอมใช้ร่วมกับใครเด็ดขาด หลายคนอาจมองเป็นความหลงใหลไร้สาระ แต่แท้จริงนั้น มันคือก้่าวย่างสู่ความฝันอันยิ่งใหญ่ ปัจจุบันเด็กหนุ่มได้รับฉายาว่า “เด็กมหาวิทยาลัยที่กินราเมนมากที่สุดในโลก” และเป็นที่รู้จักในฐานะกูรูราเมนที่มีคนติดตามบนโลกโซเชียลมากกว่าสองหมื่นคน

 


 

“ในหนึ่งปีผมกินราเมนประมาณ 1,200 ชาม”

หากเราได้ยินใครก็ตามบอกแบบนี้ คงนึกสงสัยว่าโกหกหรือเปล่า เพราะลองคำนวณคร่าว ๆ จำนวนขนาดนั้น ต่อให้กินทั้งมื้อเช้า กลางวัน และเย็นก็ยังไม่ได้

แต่มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งทำได้จริง ๆ

“ในหนึ่งวันผมจะตระเวนกินประมาณ 3-4 ร้าน บางวันทำได้มากหน่อยก็อาจถึง 10 ร้าน”

 

 

คงสงสัยว่า เขาจะกินขนาดนั้นไปทำไม คงเป็นผู้ชายพุงพลุ้ย จอมตะกละที่กินไม่อิ่มสักทีใช่ไหม

คำตอบคือ เด็กหนุ่มคนนี้นอกจากไม่ได้อ้วน ยังมีรูปร่างสมส่วน และราเมนแต่ละชามที่กิน หาใช่เกิดจากความ ‘ตะกละ’ หากเป็นความพยายามที่จะ ‘ตะกาย’ ไปสู่ความฝันอันยิ่งใหญ่

มะซึโมโตะ นาโอกิ นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเคโอ นักกินราเมนคนนี้ได้เล่าย้อนความเป็นมาของความฝันให้ฟังว่า

“ผมเป็นคนชอบกินของอร่อย จนวันหนึ่งขณะหาข้อมูลร้านอาหารอร่อยจากในเวบแนะนำร้านอาหาร ก็สงสัยว่า ความอร่อยระดับสี่ดาว มันขนาดนั้นจริงหรือเปล่า”

จากความสงสัยเล็ก ๆ ขยับไปเป็นการศึกษาค้นคว้า จนกระทั่งตกหลุมรักราเมนด้วยเหตุผลว่า

“ผมรู้สึกว่า ไม่มีอาหารประเภทไหนอีกแล้ว ที่แต่ละร้านขายในราคาใกล้เคียงกัน แต่รสชาติอาจต่างกันราวฟ้ากับเหว”

เวลาประมาณสามเดือน เด็กหนุ่มคนนี้เก็บ Top 100 ร้านราเมนในโตเกียวได้ครบ ก่อนจะตระเวนไปตามร้านราเมนทั่วประเทศ

“ปกติผมกินวันละ 3-5 ชาม แต่มากสุดก็เคยกินถึง 15 ชาม”

 

 

ปัจจุบันเขาได้รับฉายาว่าเป็น “นักศึกษามหาวิทยาลัยที่กินราเมนมากที่สุดในโลก”

น่าแปลกที่กินขนาดนี้ แต่นาโอกิกลับไม่อ้วน

“ผมจะกินน้ำชาที่ช่วยดูดซึมไขมัน กินวิตามินเสริมเกือบ 30 ชนิด เวลาอยู่บ้านก็จะทำน้ำผักปั่น หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับของทอด และบางทีก็ต้องสั่งจิโร่ราเมนมากินบ่อย ๆ เพราะใส่ผักเยอะ”

 

 

อะไร…ที่ทำเด็กหนุ่มคนหนึ่งลงมือทำอะไรที่ใกล้เคียงความประหลาดสำหรับคนอื่น ๆ ?

“ผมมีเป้าหมายที่จะเปิดร้านราเมนที่อร่อยที่สุดในญี่ปุ่นให้ได้” นาโอกิพูดถึงราเมนด้วยความหลงใหล

และสิ่งที่เด็กหนุ่มทำ ไม่ได้หวังความดัง แต่เป็นเพราะการค้นพบความฝันในชามราเมน

 

 

นาโอกิตั้งใจไว้ว่า หลังจากเรียนจบ เขาจะไม่ไปสมัครงานตามบริษัทแบบเพื่อน ๆ แต่จะไปฝึกงานตามร้านราเมนเพื่อสั่งสมประสบการณ์ การกินราเมนทุกชามของนาโอกิจึงเป็นการเรียนรู้ ดุจดั่งซามูไรที่ฝึกฝนฟันดาบเพื่อมุ่งสู่ความเป็นหนึ่งในใต้หล้า

ซามูไรมีดาบคู่ใจฉันใด นาโอกิก็มีตะเกียบคู่ใจฉันนั้น!

นาโอกิจะพกตะเกียบส่วนตัวเวลาไปกินราเมนเสมอเพื่อเอาไว้วัดค่าความเค็มในน้ำซุป และข้อมูลที่ได้จะช่วยในการยืนยันรสชาติที่ลิ้มลอง

“ตะเกียบของร้านอาจมีรสชาติเก่าตกค้าง ผมเลยต้องใช้ตะเกียบส่วนตัว ก่อนกิน ผมจะดื่มน้ำ เพื่อให้การสัมผัสการรับรสมีความเป็นกลาง”

“ผมยังกินอาหารประเภทอื่นเพื่อขยายมุมมองด้านอาหารของตนเองด้วย ไม่ว่าจะเป็นอาหารฝรั่งเศส อาหารอิตาเลียน หรือแม้แต่อาหารญี่ปุ่นเอง เอามาเปรียบเทียบกับราเมน จะได้เข้าใจว่า ในฐานะอาหารอย่างหนึ่ง ราเมนเป็นอย่างไร”

ความทุ่มเทอย่างจริงจังทำให้วันนี้เด็กหนุ่มได้รับการยอมรับว่า เป็นหนึ่งในกูรูราเมนที่มีคนติดตามทวิตเตอร์หลายหมื่นคน

 

 

“ผมอยากให้ราเมนของผมช่วยสืบสานวัฒนธรรมของญี่ปุ่น และตั้งใจจะเปิดร้านในทำเลที่คนไม่พลุกพล่าน อยากให้ลูกค้ามากินเพราะความอร่อยจริง ๆ แม้จะต้องเดินไกลหน่อยก็ตาม ”

“…สำคัญที่สุดผมอยากมีชีวิตเพื่อราเมน”

เส้นทางชีวิตของนาโอกิช่วยทบทวนความหมายแท้จริงของการศึกษา ว่าแท้จริงแล้ว การศึกษาอาจจะไม่ได้ผูกขาดอยู่แต่ในสถาบัน เช่นเดียวกับ เป้าหมายของชีวิตก็อาจพบเจอได้ตามริมทางเดินของชีวิตที่ก้าวไป หากจะแตกต่างเพียงนิดเดียว ก็คือไม่มี ‘ครูอาจารย์’ หรือ ‘คะแนน’ มาเป็นตัวกระตุ้นผลักดัน จะมีก็แต่ตัวเราเองที่เป็นคนกำหนดหลักสูตร มี ‘ความมุ่งมั่น’ เป็นครู และ ‘ความพยายาม’ เป็นตัวกำหนดผลการเรียน

เนื้อหาอ้างอิงจาก
http://news.livedoor.com/lite/article_detail/11165772/

 

ขอขอบคุณ

ที่มา : https://roo-young.com/archives/52