กำนันมะนาว ชาวสวนเงินล้าน ทำสวนด้วยสมอง ภายในหนึ่งปีให้ผลผลิตดีปีละเป็นสิบล้าน!!!

 

เรื่อง: ชลลดา เตียวสุวรรณ
ภาพ: ณัฐธร วนิชชากร

 

    จากอดีตชาวไร่ที่ติดหนี้ ธกส.กว่า 500,000 บาท เมื่อตัดสินใจลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงทำสวนมะนาว ด้วยความใส่ใจ หมั่นหาความรู้ จนสร้างผลผลิตที่งอกงามสามารถปลดหนี้และสร้างเนื้อสร้างตัวได้ในเวลาไม่ถึงสิบปี แต่แล้วเมื่อเจอวิกฤตฝนแล้ง ราคามะนาวตกต่ำ แทนที่จะนั่งงอมืองอเท้ารอความตาย เธอกลับฉับไวต่อการเปลี่ยนแปลง พลิกสวนมะนาวให้กลายเป็นไร่นาสวนผสมตามศาสตร์พระราชา ปลูกทั้งกล้วย ทุเรียน ฝรั่ง ผักชี พริกหอม แถมยังเพาะกิ่งพันธุ์มะนาวคุณภาพดีเตรียมพร้อมไว้รอจังหวะเวลาที่มะนาวจะกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง

 

 

ก่อนหน้าจะมาเป็น ‘กำนันมะนาว ชาวสวนเงินล้าน’ ที่เราขนานนามให้ในวันนี้ คุณธนภร ธนภัทรอภิเดชา กำนันสาววัย 47 ปีแห่ง ต.วังยาว อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี คนนี้ ก็ยึดอาชีพชาวไร่ชาวสวนมาโดยตลอด

“ก่อนหน้านั้นยังไม่ได้เป็นกำนันค่ะ ก็ทำไร่มันสำปะหลังกับไร่ข้าวโพด ปลูกแบบเชิงเดี่ยวล้วนๆประมาณ 50-60 ไร่ ก็แย่ ขาดทุน เพราะต้นทุนสูงทั้งค่าปุ๋ยค่ายา แล้วราคาขายต่ำมาก เป็นหนี้สะสมมาตลอด รวมๆแล้วเป็นหนี้ ธกส.กว่า 500,000 บาท ต้องแบ่งที่ดินขายไปบ้าง เพื่อเอาเงินมาเลี้ยงชีวิต”

กำนันธนภรเล่าความเดิมตอนที่แล้วเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งฟังดูเป็นเรื่องราวของเกษตรกรไทยที่ฟังคุ้นหูจนแทบจะท่องปากเปล่าได้ทั้งประเทศ จนกระทั่งมีรุ่นพี่จาก อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร คนหนึ่งมาบุกเบิกทำสวนมะนาวในแถบนี้ชักชวนให้หันมาปลูกมะนาวแทน

 

 

“เราก็เอาวะ…ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ลองดูแล้วกัน ก็เลยเลิกทำไร่ แบ่งที่ดินให้คนอื่นเช่าปลูกข้าวโพดข้าวเหนียวเพื่อจะเอาค่าเช่ามาลงทุนวางท่อน้ำจากอ่างเก็บน้ำเพื่อปันน้ำมาลองปลูกมะนาว ซึ่งอ่างเก็บน้ำนี้ก็สร้างขึ้นตามนโยบายของ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา ให้กับสถานีอาหารสัตว์เพื่อให้มีน้ำมารดหญ้า และอนุญาตให้เกษตรกรสามารถแบ่งปันน้ำจากอ่างมาทำการเกษตรได้

แล้วโชคก็เริ่มเข้าข้าง เมื่อสวนมะนาวเริ่มให้ผลผลิตครั้งแรก ในราคาลูกละ 5-6 บาท และในช่วงที่มะนาวบูมสุดๆ ต้นมะนาวเพียง 1 ต้น สามารถทำรายได้เฉลี่ยถึง 100,000 บาทต่อปี และในเมื่อสวนของเธอมีอยู่ราว 1,000 ต้น คูณง่ายๆ โดยไม่ต้องกดเครื่องคิดเลข ก็ได้ปีละ 10 ล้านบาท!!!… ทำให้เธอสามารถปลดหนี้ และสร้างเนื้อสร้างตัวได้ในระยะเวลาไม่ถึง 10 ปี จนกลายเป็นที่มาของฉายา ‘กำนันมะนาว’

หากถามถึงเคล็ดลับความสำเร็จสูงสุดของสวนมะนาวที่ให้ผลผลิตอุดมสมบูรณ์ขนาดนี้ นอกจากการรู้จักทดลองใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างเช่น สารชีวภาพ ‘นาโนซิงค์ออกไซด์’ มาฉีดพ่นป้องกันและแก้ไขโรคแคงเกอร์ซึ่งเป็นโรคเชื้อราที่เป็นศัตรูตัวฉกาจของมะนาวแทนการใช้เคมีแล้ว ความเป็นชาวสวนที่ใส่ใจ หมั่นหาความรู้ และมีวิสัยทัศน์ของกำนันธนภรก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ประสบความสำเร็จอย่างไม่ต้องสงสัย

 

 

“ตอนทำสวนมะนาว เราก็จะติดตามสภาพภูมิอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาไปด้วย เช่น ปีนี้ช่วงไหนจะแล้งสุด ฝนน่าจะมาช่วงไหน คำนวณเวลาแล้ว เราก็จะเตรียมใส่ปุ๋ย รดน้ำรอไว้ก่อน พอฝนมากระแทกใส่ปุ๊บ ก็ฉีดฮอร์โมนบำรุงเพื่อเปิดตาดอกมะนาว ซึ่งจังหวะแบบนั้น มันจะดีที่สุด ทำให้ติดลูกมากที่สุด หรือการลงทุนซื้อท่อเดินน้ำ ราคา 200,000-300,000 บาท ถึงแม้ว่าจะแพง แต่เมื่อเรามองว่ามันคุ้มค่า ก็ต้องทำ”

แต่อย่างที่รู้กันว่าอาชีพเกษตรกร มีปัจจัยเสี่ยงที่ผันผวนปรวนแปรได้ตลอดเวลา ทั้งเรื่องฝนแล้งและราคาผลผลิตโดยเฉพาะมะนาวที่ยามแพงก็แสนแพงราวน้ำอมฤตรสเปรี้ยว แต่ช่วงราคาตกต่ำ แม้แต่ค่าแรงงานที่จะเก็บจากต้นมาขายยังไม่คุ้มรายได้ด้วยซ้ำ

แต่ด้วยวิสัยทัศน์ที่ฉับไวต่อความเปลี่ยนแปลง ยังไม่ต้องรอให้ถึงขาลง กำนันธนภรก็เร่งปรับตัวหาทางออกจากวิกฤต การณ์มะนาว ในช่วงปีที่ 10-13 ที่ต้นมะนาวใกล้หมดอายุขัยพอดี

 

 

“พอเจอปัญหาแล้งหนักๆเมื่อปี 2558 น้ำในอ่างก็แห้ง มะนาวล้นตลาด เราก็หันไปศึกษาศาสตร์พระราชาที่บอกให้ทำไร่นาสวนผสม แล้วเราก็เห็นตัวอย่างเกษตรกรที่เป็นญาติๆกันที่เขาทดลองปลูกทุเรียนแถวนี้ ปรากฏว่าให้ผลผลิตดี ทุเรียนอร่อยมาก เนื้อเยอะ เมล็ดเล็กนิดเดียว เราเห็นว่าทุเรียนมีอนาคตที่ดี ก็เริ่มรื้อสวนมะนาวออกไปหนึ่งแปลงราว 70 ไร่ แล้วทดลองปลูกพืชหลายๆชนิด”

ปัจจุบันทุกตารางนิ้วบนที่ดินของกำนันธนภรจึงกลายเป็นสวนผสมอย่างสมบูรณ์ เพราะมีทั้งสวนฝรั่งกิมจู กล้วยหอมทอง กล้วยน้ำว้าที่ลำต้นสูงใหญ่หลายเมตร แถมให้ผลผลิตน่าอัศจรรย์ถึงขั้นส่งเข้าประกวดได้

“ใครเห็นก็ทึ่ง เพราะกล้วยเราเครือหนึ่งมี 14-15 หวีใหญ่ๆเลยทีเดียว” น้ำเสียงภาคภูมิใจของชาวสวนพลอยสร้างความยินดีให้กับผู้รับฟัง

 

 

ใกล้ๆ สวนกล้วยที่มีต้นทุเรียนหมอนทองแซมตลอดแนวเพื่ออาศัยร่มเงาของใบตองให้ช่วยดูแล มีไร่ข้าวโพดสำหรับเลี้ยงสัตว์ พร้อมทั้งแปลงผักชีที่ปลูกอย่างมีชั้นเชิง

“เรารู้ว่าช่วง มีนาคม-เมษายน ผักชีจะราคาดีที่สุด ก็จะวางแผนการปลูกให้ได้ผลผลิตในช่วงเวลานั้น แล้วสักพักก็จะปลูกผักตั้งโอ๋ตามลงไป เพราะผักชีนี่ประมาณ 1 เดือน 5 วัน ก็ถอนได้แล้ว แล้วเราก็ปล่อยให้ตั้งโอ๋โต ระหว่างรอตั้งโอ๋โตเต็มที่ซึ่งใช้เวลา 3 เดือน เราก็ถอนหญ้าแล้วหยอดเมล็ดพันธุ์พริกลงไปในแปลง พอต้นอ่อนพริกงอกเป็นต้นกล้า ก็แยกไปปลูกอีกแปลงได้ ทำให้เราเก็บเกี่ยวผลผลิตได้อย่างต่อเนื่องไม่ขาดตอนหรือเสียเวลาไปเปล่าๆ

“เวลาปลูกมะนาว ก็จะลงผักชีกับพริกหอมแซมลงไปด้วย โดยกันพื้นที่รอบๆโคนต้นมะนาวไว้ ระหว่างที่รอมะนาวโต ก็เก็บผักชี พริกหอมขายได้”

 

 

ถึงแม้ว่าช่วงนี้มะนาวราคาตก ผลผลิตล้นตลาด หลายคนอาจรื้อโละสวนมะนาวทิ้ง เปลี่ยนไปหาพืชไร่ที่ราคาดีกว่าแทนแบบไม่เหลือเยื่อใย แต่ชาวสวนผู้มีวิสัยทัศน์คนนี้ก็ยังคงดำเนินแผนสำรองควบคู่กันไป ด้วยการเพาะกิ่งพันธุ์มะนาวคุณภาพดีเตรียมพร้อมไว้รอจังหวะเวลาที่มะนาวจะกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง

“ไม่ว่าจะปลูกอะไร สิ่งสำคัญคือความใส่ใจ ดูแล รู้จักวางแผน แต่ถ้าปลูกทิ้งปลูกขว้างไว้ ไม่ดูแล แล้วรอให้ผลผลิตมาเอง…แบบนั้นก็จะไม่ได้อะไร” กำนันมะนาวฝากเคล็ดลับความสำเร็จทิ้งท้าย

เพราะโอกาสที่จะเป็น ‘ชาวสวนเงินล้าน’ ยังเปิดกว้างสำหรับเกษตรกรที่ขยันคิด ขยันทำ หาความรู้ เอาใส่ใจในสิ่งที่ทำ และเท่าทันกับความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

 

ขอขอบคุณ

ที่มา : https://roo-young.com/archives/770