วันจันทร์ที่ 08 พฤษภาคม 2017 เวลา 16:33 น.

วราวุธ ศิลปอาชา ปฏิเสธข่าวพรรคชาติไทยพัฒนาไม่ได้ถูกเซ้ง ไม่ได้ถูกเทคโอเว่อร์ ยืนยัน พรรคชาติไทยพัฒนาพร้อมขับเคลื่อนองค์กรด้วยมติของมวลหมู่สมาชิกพรรค


วราวุธ ศิลปอาชา ปฏิเสธข่าวพรรคชาติไทยพัฒนาไม่ได้ถูกเซ้ง ไม่ได้ถูกเทคโอเว่อร์ ยืนยัน พรรคชาติไทยพัฒนาพร้อมขับเคลื่อนองค์กรด้วยมติของมวลหมู่สมาชิกพรรค

วันจันทร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2560  ที่พรรคชาติไทยพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวจะมีการเซ้งเทคโอเว่อร์หรือมีคนจะมาขอซื้อพรรคชาติไทยพัฒนาว่า  ในฐานะครอบครัวศิลปอาชาซึ่งถูกพาดพิงในข่าวก่อนหน้านี้ว่าได้มีการทาบทามจากนายทักษิณ  ชินวัตร หรือจากบางพรรคการเมือง ติดต่อมาที่พรรคชาติไทยพัฒนาผ่านทางนางสาวกัญจนา ศิลปอาชา กรณีจะมาเซ้งมาเทคโอเว่อร์พรรคชาติไทยพัฒนานั้น ขอเรียนว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมานับตั้งแต่นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ได้เสียชีวิตลง ได้มีความพยายามพัฒนาพรรคชาติไทยพัฒนาให้เป็นสถาบันทางการเมือง เป็นองค์กรทางการเมืองที่มีความเข้มแข็งให้เป็นความหวังทางการเมืองของประเทศไทย การเป็นสถาบันทางการเมืองจะต้องผ่านการลงมติ ผ่านการเข้าที่ประชุมพรรค การจะตัดสินใจไปในทิศทางใด ๆ ก็ตามของพรรคชาติไทยพัฒนา จากนี้ต่อไปในวันที่ไม่มีนายบรรหารแล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับฉันทานุมัติได้รับความเห็นชอบจากผู้หลักผู้ใหญ่ของพรรคและจากสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนาทุกคน

นายวราวุธกล่าวว่า เมื่อย้อนกลับไปในสมัยพรรคชาติไทย นายบรรหารร่วมกับผู้ใหญ่หลายสิบคนได้ร่วมกันสร้างพรรคชาติไทยขึ้นมา ด้วยน้ำพักน้ำแรงหยาดเหงื่อของทุกคน จนกระทั่งถึงวันที่นายบรรหารได้เสียชีวิตลง พรรคชาติไทยและพรรคชาติไทยพัฒนาจึงเปรียบเสมือนจิตวิญญาณที่ท่านได้ทุ่มเททั้งกายทั้งใจให้กับพรรค

“วันนี้ขอยืนยันว่า พรรคชาติไทยพัฒนาไม่ได้มีไว้เพื่อขาย ไม่ได้มีไว้เพื่อถูกเทคโอเว่อร์ ไม่ได้มีไว้เพื่อจะมาโดนเซ้ง ไม่ใช่บริษัทจำกัดที่จะมารอการเทคโอเว่อร์เหมือนการทำธุรกิจ พรรคเป็นความภูมิใจ เป็นความรักที่เรามีให้กันและกันในการที่จะเห็นบ้านนี้เติบโตขึ้นตามเส้นทางการเมือง การจะขายพรรคเป็นการทรยศต่อจิตวิญญาณของนายบรรหาร ฉะนั้นพวกเราทุกคนไม่มีแนวความคิดนี้ ไม่มีแนวความคิดจะย้ายไปอยู่ที่ใด ไม่มีความคิดที่จะขายพรรคนี้ไปให้ใคร” นายวราวุธกล่าว

นายวราวุธกล่าวถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้มีสื่อมวลชนรายงานว่า พรรคชาติไทยพัฒนาเป็นพรรคทุนหนา โดยยืนยันว่า พรรคชาติไทยพัฒนาไม่ได้ทุนหนา เรียกได้ว่ามีพอกินพอใช้ ที่สำคัญคือไม่ว่าจะมีทุนเท่าไหร่ พรรคก็ไม่เคยคิดจะไปพึ่งเงินใคร พรรคชาติไทยพัฒนาซึ่งรวมทั้งผู้หลักผู้ใหญ่มวลหมู่สมาขิกทุกคน ต่างมีศักดิ์ศรี มีศักยภาพพอในการจะยืนด้วยลำแข้งของเราเอง เมื่อถึงเวลาที่จะมีการเลือกตั้ง ผู้หลักผู้ใหญ่ทุกคน คนรุ่นใหม่ มวลหมู่สมาชิก มีความพร้อมที่รวมพลังในการเข้าสู่สนามเลือกตั้ง โดยไม่จำเป็นจะต้องมีน้ำเลี้ยงจากที่อื่น ไม่จำเป็นจะต้องไปมีบริษัทใด หรือพรรคการเมืองใด มาเทคโอเว่อร์หรือมาเซ้ง ดังนั้น ขอยืนยันผ่านสื่อมวลชนว่า พรรคชาติไทยพัฒนาไม่มีนโยบายหรือไม่มีแม้แต่แนวความคิดที่จะขายหรือเซ้งพรรคแต่อย่างใด

ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า นายทักษิณได้ติดต่อมายังนายวราวุธหรือนางสาวกัญจนานั้น  นายวราวุธชี้แจงว่า นายบรรหารได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2559 และในวันรุ่งขึ้นได้มีการติดต่อทางโทรศัพท์มาหาตนและนางสาวกัญจนา เนื่องจากนายทักษิณและนายบรรหารมีความสนิทชิดเชื้อกันมาเป็นเวลานาน เข้าใจว่า โดยมารยาทแล้ว วันรุ่งขึ้นหลังนายบรรหารเสียชีวิต นายกทักษิณจึงได้โทรศัพท์หาทั้งตนเองและนางสาวกัญจนาเพื่อแสดงความเสียใจเพียงเท่านั้น ไม่ได้มีการพูดถึงการมาร่วมงานกับพรรคชาติไทยพัฒนา ไม่ได้มีการพูดคุยกันในเรื่องทางการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น และจนถึงวันนี้ก็ไม่ได้มีการติดต่อกันอีกตามที่เป็นข่าว ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า แม้ว่าพรรคชาติไทยพัฒนาจะไม่ใช่พรรคใหญ่ เป็นพรรคขนาดกลางถึงขนาดเล็ก แต่เราก็ขอทำงานด้วยจิตใจที่มุ่งมั่น ด้วยความอยากเห็นสังคมไทยในอนาคตมีพรรคการเมือง มีสถาบันการเมืองที่สามารถเป็นความหวัง เป็นองค์กรทางการเมืองที่เป็นที่พึ่งอีกแห่งหนึ่งให้กับคนไทยทุกคน