วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2017 เวลา 14:58 น.

สมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนาเข้าแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการรับฟังความเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ระบุ ไม่ต้องการการเลือกตั้ง หากไม่มีการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง


สมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนาเข้าแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการรับฟังความเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ระบุ ไม่ต้องการการเลือกตั้ง หากไม่มีการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง

ร้านกาแฟ พรรคชาติไทยพัฒนา วันศุกร์ที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ สมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนาประกอบด้วยนายวราวุธ ศิลปอาชา, นายภราดร ปริศนานันทกุล, นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล และนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ได้ร่วมกันแถลงถึงการแสดงความคิดเห็นต่อคณะอนุกรรมการรับฟังความเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่มี พล.อ.ชาญชัย ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน ที่กระทรวงกลาโหม เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ ที่ผ่านมา

โดยนายวราวุธ ศิลปอาชา กล่าวว่า ภายหลังพรรคชาติไทยพัฒนาได้รับหนังสือเชิญ นายธีระ วงศ์สมุทร หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมกับสมาชิกพรรคจำนวน ๑๐ คน  ก็ได้เข้าแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการฯใน ๑๐ ประเด็นที่กำหนดไว้ อาทิ ด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม กระบวนการยุติธรรม การเกษตร ต่างประเทศ ฯลฯ อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ยังมีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ ๕๗/๒๕๕๗ ห้ามไม่ให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรม ดังนั้น การให้ความเห็นต่อคณะกรรมการฯจึงไม่ใช่มติของพรรค แต่เป็นความเห็นส่วนตัว โดยหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาได้ฝากถึงหลักการ ๔ ด้าน ที่จะสร้างความสามัคคีปรองดองภายในชาติให้เกิดขึ้นได้คือ ๑.หลักนิติธรรม ๒.หลักคุณธรรม ๓.ความโปร่งใส  ๔.การมีส่วนร่วมของประชาชน  โดยความจริงใจในการทำงานเป็นสิ่งสำคัญในการก้าวข้ามความขัดแย้งเพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ

“สิ่งสำคัญที่เราอยากจะสื่อไปให้ถึงทุกภาคส่วนก็คือ สำหรับพวกเราที่อยู่ตรงนี้ สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับพวกเราในวันนี้ไม่ใช่การเลือกตั้ง สำหรับพวกเราที่เป็นนักประชาธิปไตยวันนี้เราอยากเห็นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทั้งหลายที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เราไม่ต้องการที่รีบให้มีการเลือกตั้งเพื่อที่ว่าอีก ๕ ปี อีก ๑๐ ปี จากนี้ไป เรากลับมาถกปัญหาเรื่องความขัดแย้งในสังคม ถกปัญหาเรื่องความปรองดองกันอีก ดังนั้น ในวันนี้เป็นโอกาสที่ดี ต้องกราบขอบพระคุณรัฐบาลที่ได้ให้เวที ให้เกียรติทางพรรคชาติไทยพัฒนา” นายวราวุธกล่าว

นายภราดร ปริศนานันทกุล  กล่าวว่า การสร้างความปรองดองต้องอาศัยหลักนิติธรรมและหลักคุณธรรมควบคู่กัน  การดำเนินการต้องไม่สองมาตรฐาน ในการออกระเบียบหรือกฎหมายต้องเท่าเทียมและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย นอกจากนี้ต้องทำให้ประชาชนรู้สึกว่ามีส่วนร่วมในกระบวนการสร้างความปรองดอง ไม่ใช่แค่เพียงฝ่ายผู้มีอำนาจไกล่เกลี่ยกับคู่กรณีเท่านั้น เพราะการสมประโยชน์ของคู่กรณีอาจสร้างผลกระทบต่อประชาชน จึงต้องเปิดกว้างให้ประชาชนแสดงความคิดเห็น ต้องให้คู่ขัดแย้งได้มีประเด็นที่ตกลงและหารือร่วมกัน โดยการดำเนินการต้องเป็นรูปแบบที่ยืดหยุ่นกับประชาชนทุกฝ่ายด้วย

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล กล่าวว่า การหารือครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นในกระบวนการสร้างความปรองดอง  เป็นบรรยากาศการแลกเปลี่ยนที่ดี ดีใจที่รัฐบาลเป็นเจ้าภาพหลักสร้างสมานฉันท์ ทั้งนี้การรับฟังความเห็นของประชาชนในแต่ละภาคในส่วนพื้นที่นั้น ถือเป็นเรื่องที่ดี  โดยพรรคชาติไทยพัฒนาพร้อมสนับสนุนทุกรูปแบบ พร้อมตั้งความหวังกับคณะกรรมการ ป.ย.ป. ที่มีความร่วมมือจากทุกฝ่าย รวมถึงประขาชน นำประเทศก้าวข้ามความขัดแย้ง ทั้งนี้ การที่รัฐบาล กับ คสช.ได้รับฟังความเห็นจากฝ่ายการเมือง และประชาชน ถือเป็นการเริ่มต้นความจริงใจที่ดี และเชื่อว่า คสช.จะสามารถสร้างความปรองดองได้สำเร็จ

ขณะที่นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ กล่าวว่า สมาชิกพรรคได้นำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ดินทำกินของเกษตรกร ซึ่งเป็นปัญหาที่หมักหมมของประเทศมาอย่างยาวนาน แต่เรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับหลาย ๆ หน่วยงาน ทำให้ไม่มีเจ้าภาพในการดำเนินการ จึงขอเสนอให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในการแก้ไขปัญหา โดยต้องหามาตรการเพื่อให้ที่ดินที่อยู่ในมือนายทุนออกมาหมุนเวียนใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกร นอกจากนี้การจัดเก็บภาษีที่ดินและภาษีมรดกนั้นอาจเป็นการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ไม่ตรงจุด  เพราะจะส่งผลกระทบต่อผู้มีรายได้น้อยและรายได้ปานกลาง ส่วนการบริหารจัดการน้ำ ต้องลงไปในระดับภูมิภาค เช่น จะต้องมีระบบไฟฟ้าเพื่อการเกษตร สำหรับแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะที่ความเหลื่อมล้ำในการทำธุรกิจนั้นก็ต้องมีการแก้ไขปัญหาให้กับ SMEs ที่มีปัญหาในการเข้าสู่แหล่งเงินทุน